มทร.สุวรรณภูมิ สืบทอดตามพระราชปณิธาน “การเลี้ยงปลาแรดเพื่อการอนุรักษ์”

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 359 ครั้ง

รองศาสตราจารย์ ดร.ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร “โครงการประมงอยุธยา-บาร์เดน-เวอร์เทมเบอร์ก” (Ayutthaya-Baden-Wurtemberg Fish CultureProject) เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2529 ณ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเกษตรพระนครศรีอยุธยา (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา ในปัจจุบัน)

โครงการประมง อยุธยา-บาร์เดน-เวอร์เท็มเบอร์ก เป็นโครงการที่ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทย-เยอรมัน ที่ดำเนินการผ่านสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล กระทรวงศึกษาธิการ มีวัตถุประสงค์หลัก คือ การนำความรู้และเทคโนโลยีมาแนะนำในการเลี้ยงปลาของเกษตรกรไทย และหาทางผลิตอาหารโปรตีนจากปลาที่มีราคาถูก เพื่อเพิ่มคุณภาพทางโภชนาการแก่ประชาชนที่มีรายได้น้อย และไม่สามารถบริโภคโปรตีนจากสัตว์ที่มีราคาแพงเป็นประจำได้

จึงได้คัดเลือกปลาแรด (Osphronemus goramy) พบว่า ปลาแรดมีคุณสมบัติเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ เป็นปลาน้ำจืดที่มีรสชาติดี และไม่มีก้างมาก เลี้ยงได้ในน้ำจืดแม้บางขณะจะขาดออกซิเจน ปลาแรดก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้เพราะมีอวัยวะพิเศษอยู่เหนือเหงือกซึ่งสามารถใช้ออกซิเจนจากอากาศโดยตรงได้ และจากการศึกษาวิจัยทำให้โครงการฯ สามารเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้ตลอดทั้งปี (ในสภาพธรรมชาติปลาแรดจะออกไข่เพียงฤดูเดียวในหนึ่งปี) ด้วยเทคนิคการเลี้ยงปลาแรดแบบหนาแน่น (intensive)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรพงษ์ สุขเกื้อ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมงคณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (มทร.สุวรรณภูมิ) กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง ได้สืบทอดตามพระราชปณิธาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยการดำเนินโครงการการเลี้ยงปลาแรดเพื่อการอนุรักษ์ สนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) และสนับสนุนการเรียนการสอนของนักศึกษาและอาจารย์ รวมทั้งเป็นการเผยแพร่และให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุ์ปลาแรดให้กับชุมชน โดยมีการฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้บริการวิชาการและส่งเสริมชุมชนในการเลี้ยงปลาแรดเพื่อเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ให้มีมากขึ้น

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 359 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน