มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 62 ครั้ง
นายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ปรึกษาคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทำให้แรงงานต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว หลักสูตรระยะสั้นจึงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคน เพราะสามารถตอบโจทย์การยกระดับทักษะและการปรับเปลี่ยนทักษะได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามหากหลักสูตรมีเพียงการเรียนครบชั่วโมงและได้รับวุฒิบัตร อาจยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้เรียนมีความสามารถในการทำงานจริงตามเกณฑ์อาชีพ ดังนั้น การนำมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติมาอ้างอิงด้วย จะช่วยให้หลักสูตรมีเป้าหมายที่ชัดเจน คือการพัฒนาคนให้มีสมรรถนะที่สามารถวัด ตรวจสอบ และต่อยอดสู่การรับรองได้ ซึ่งเกณฑ์การวัดจะพิจารณา ทั้ง “ความรู้” (หลักการ ทฤษฎี ขั้นตอน กฎระเบียบ มาตรฐาน และความปลอดภัย) ตลอดจนเรื่อง “ความสามารถ/ สมรรถนะในการปฏิบัติงาน” และ “ทัศนคติในการทำงาน” ได้แก่ วินัย ความรับผิดชอบ ความปลอดภัย คุณภาพ และ จรรยาบรรณในการทำงาน
ดังนั้นการนำหลักสูตรระยะสั้นไปเชื่อมโยงกับมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติจึงต้องพิจารณาว่าหลักสูตรนั้นสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ด้านหรือไม่ ไม่ใช่พิจารณาเพียงเพื่อชื่อหลักสูตร หรือจำนวนชั่วโมงการอบรมเท่านั้น ประการสำคัญ หลักสูตรยะสั้นไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนได้รับการรับรองตามมาตรฐานฝีมือฝีมือแรงงานแห่งชาติโดยอัตโนมัติ แต่หลักสูตรทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการเตรียมความพร้อม ส่วนมาตรฐานฝีมือแรงงาน เป็นเกณฑ์ที่ใช้วัดได้รับรองความสามารถ ซึ่งแนวทางที่เหมาะสม คือการออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนมีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการทดสอบหรือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 290 สาขา และอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติก็มีอัตราที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำด้วย
ทั้งนี้เป็นเพราะการออกแบบหลักสูตรเพื่อการนี้ จะต้องมีภาคปฏิบัติที่เข้มข้น มีชิ้นงานจริง และผู้เรียนมีพื้นฐานมาก่อน เพื่อต่อยอดสู่ระดับที่สูงขึ้นได้ และเมื่อมีการเชื่อมโยงหลักสูตรระยะสั้นสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติแล้วผู้ที่ผ่านการอบรมและทดสอบนอกจากได้วุฒิบัตรแล้ว ยังได้ license ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อการันตีฝีมือ เพื่อประกอบในการยืนยันในการยกระดับฝีมือของตน รวมทั้งหากไปสมัครงานในสถานประกอบการใดก็จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ สามารถสร้างโอกาสในการมีงานทำ ของผู้ผ่านการอบรม และสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจและมั่นคง
ผศ.ดร.นฎาภัสส์ คุ้มกลาง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของคณะวิทยาศาสตร์ฯ อยู่ระหว่างการปรับหลักสูตรที่สามารถเชื่อมโยงกับมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ อาทิ AI / Data / Digital โดยได้วิเคราะห์มาตรฐานที่เกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงในกลุ่มคอมพิวเตอร์และดิจิตอล โดยเพิ่มการปฏิบัติงานด้วยข้อมูลจริง และยังมี Food Science / Processing โดยเพิ่มงานอาหาร การแปรรูป สุขลักษณะ ความปลอดภัย และการควบคุมคุณภาพ ตลอดจนหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ เป็นต้น จุดสำคัญในความร่วมมือระหว่างคณะฯกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะทำให้ผู้เรียนมีทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน มีเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน สถานประกอบกิจการ จะได้แรงงานที่มีสมรรถนะตรงความต้องการ และลดต้นทุนในการฝึกซ้ำ ที่สำคัญอย่างยิ่งประเทศสามารถเพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันได้ด้วย
มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 62 ครั้ง



