มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 42 ครั้ง
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา กระบวนการยุติธรรมไทยได้ก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนผู้ก้าวพลาด ซึ่งได้รับโอกาสในการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูและเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความหวัง เบื้องหลังความก้าวหน้าดังกล่าวมีรากฐานสำคัญมาจากพระวิสัยทัศน์และพระเมตตาธรรมอันลึกซึ้งของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด ทรงริเริ่ม “โครงการกำลังใจ” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง และทรงผลักดันมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงจนได้รับการรับรองจากสหประชาชาติในชื่อ “ข้อกำหนดกรุงเทพฯ” หรือ Bangkok Rules อันเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ
นอกจากพระกรณียกิจด้านผู้ต้องขังหญิงแล้ว พระองค์ยังทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ด้วยพระดำริที่ว่า “เด็กทุกคนสมควรได้รับโอกาสในการแก้ไขฟื้นฟู และไม่ควรถูกซ้ำเติมจากความรุนแรงหรือการละเมิดสิทธิในทุกรูปแบบ”

จนเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2558 พระองค์เสด็จเป็นประธานเปิดงาน “การนำยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการทางปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อเด็กในสาขาการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาไปสู่การปฏิบัติ” ซึ่งกระทรวงยุติธรรมร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจัดขึ้น ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน กรุงเทพมหานคร นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ในการคุ้มครองเด็กและเยาวชนผู้เปราะบาง
ในพระดำรัสตอนหนึ่ง พระองค์ทรงแสดงความห่วงใยต่อเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการถูกกระทำความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการถูกละเมิดสิทธิต่าง ๆ โดยทรงเน้นย้ำว่า “การยุติความรุนแรงต่อเด็กในกระบวนการยุติธรรมเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันดำเนินการอย่างจริงจัง”

พระองค์ยังทรงมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้แทนประเทศไทยในการเสนอและยกร่าง “ยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการทางปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อเด็กในสาขาการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา” จนได้รับการรับรองจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2557 กลายเป็นกรอบมาตรฐานสากลที่หลายประเทศนำไปประยุกต์ใช้เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม
พระปณิธานดังกล่าว ไม่ได้หยุดอยู่เพียงบนเวทีนานาชาติ หากแต่ได้รับการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการดำเนินงานของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งยึดถือแนวทางการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ และมุ่งสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่า

ภายในงานดังกล่าว พระองค์ยังทรงเปิดและทอดพระเนตรนิทรรศการที่สะท้อนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต้นแบบของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อาทิ โครงการหนึ่งสถานพินิจหนึ่งสถานศึกษา ซึ่งต่อยอดเป็น “หนึ่งสถานพินิจ หกสถานศึกษา” ในปัจจุบัน คลินิกให้คำปรึกษาเด็กและครอบครัวอบอุ่น มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา การจัดการศึกษาและฝึกวิชาชีพ ตลอดจนโปรแกรมบำบัดฟื้นฟูแบบไร้รอยต่อ

โครงการและมาตรการเหล่านี้ไม่เพียงเป็นนวัตกรรมในการทำงานด้านเด็กและเยาวชน แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการน้อมนำพระปณิธานของพระองค์มาสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่เคยก้าวพลาดได้รับโอกาสในการเรียนรู้ เติบโต และสร้างอนาคตใหม่ให้กับตนเอง

ทุกวันนี้ เด็กและเยาวชนจำนวนมากสามารถกลับคืนสู่ครอบครัว สังคม และประกอบอาชีพสุจริตได้อย่างภาคภูมิใจ เพราะได้รับโอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงจากระบบการฟื้นฟูที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจ ความเมตตา และศรัทธาในศักยภาพของมนุษย์

พระเมตตาธรรมของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จึงมิได้เป็นเพียงหลักคิดในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม หากแต่เป็นแสงสว่างที่นำทางให้เด็กและเยาวชนผู้ก้าวพลาดได้ค้นพบคุณค่าในตนเองอีกครั้ง เป็นพลังแห่งความหวังที่ช่วยเปลี่ยน “ความผิดพลาด” ให้กลายเป็น “บทเรียน” และเปลี่ยน “จุดสิ้นสุด” ให้กลายเป็น “จุดเริ่มต้น”

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ยังคงน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมสืบสานพระปณิธานในการคุ้มครอง แก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และสร้างโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนทุกคน ด้วยความเชื่อมั่นว่า “เด็กทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากได้รับโอกาสและความเข้าใจ” อันเป็นแนวทางที่พระองค์ทรงวางรากฐานไว้เพื่อประโยชน์สุขของเด็ก เยาวชน และสังคมไทยสืบไป
มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 42 ครั้ง



