ราชทัณฑ์ นำร่องโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชั้นสูง ยกระดับการศึกษา-ขัดเกลาจิตใจผู้ต้องขังคดีความมั่นคง

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 72 ครั้ง

กรมราชทัณฑ์ เปิดตัวโครงการ โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชั้นสูง รุ่นที่ 3” มุ่งขัดเกลาจิตใจและพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังคดีความมั่นคงสู่การเป็นพลเมืองดี

วันนี้ (28 เม.ย.69) นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชั้นสูง รุ่นที่ 3 (โครงการนำร่อง) ภายใต้แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับการฟื้นฟูผู้ต้องขังคดีความมั่นคงผ่านหลักศาสนาที่ถูกต้อง เตรียมความพร้อมกลับสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายอนุสรณ์ มณีแดง ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา ผู้บัญชาการเรือนจำ / ผู้อำนวยการทัณฑสถาน เขต 9 ร่วมพิธี

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง กรมราชทัณฑ์ และ สมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากหลักสูตร “อิสลามศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ” ที่มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ต้องขังยกระดับการศึกษา พัฒนาทัศนคติเชิงบวกสำหรับรุ่นที่ 3 นี้ มีผู้ต้องขังคดีความมั่นคงจากจังหวัดปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส เข้ารับการอบรมจำนวน 30 คน ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา โดยมีกำหนดระยะเวลาการศึกษาเข้มข้นรวม 3 เดือน วัตถุประสงค์เพื่อสร้างภูมิความรู้ที่ลึกซึ้ง เพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าใจหลักศาสนาอิสลามในระดับที่สูงขึ้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: มุ่งเน้นการขัดเกลาจิตใจให้เป็นพลเมืองดี ไม่ต่อต้านรัฐ และอยู่ร่วมกับสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างสันติ ตลอดจนการต่อยอดทางการศึกษา ผู้ที่สำเร็จหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งสามารถนำไปใช้ศึกษาต่อด้านศาสนาอิสลามได้ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ก้าวสำคัญสู่หลักสูตรมาตรฐานและการพักการลงโทษ

กรมราชทัณฑ์ ยังคงคาดหวังว่า หากโครงการนำร่องในรุ่นนี้ประสบความสำเร็จ จะมีการพัฒนาหลักสูตรนี้ให้เป็น หลักสูตรมาตรฐานและหลักสูตรบังคับ สำหรับผู้ต้องขังคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาคุณประโยชน์ในการพักการลงโทษ และการลดวันต้องโทษในอนาคตต่อไป

“เราเชื่อมั่นว่าการใช้หลักศาสนาที่ถูกต้องจะเป็นเกราะป้องกันและเครื่องนำทางให้ผู้ที่เคยกระทำผิด กลับมาเห็นคุณค่าในตัวเองและพร้อมที่จะสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและประเทศชาติสืบต่อไป”

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 72 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน