ผบ.ทร. เดินสายเยี่ยมอำลาหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือพื้นที่กทม.-ปริมณฑล ในโอกาสเกษียณอายุราชการ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 138 ครั้ง

พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พร้อมด้วย นางศิริรัตน์ นิลสมัย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เดินทางไปเยี่ยมอำลาหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในโอกาสเกษียณอายุราชการ โดยมี พลเรือโท ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ให้การต้อนรับ และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ นายทหารชั้นยศนายพลเรือที่เกษียณอายุราชการ พร้อมคู่สมรส เข้าร่วมพิธี

พิธีเยี่ยมอำลาหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลของผู้บัญชาการทหารเรือ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่ผู้บัญชาการทหารเรือจะครบเกษียณอายุราชการ โดยเป็นการแสดงออก และระลึกถึงคุณความดีที่ผู้บัญชาการทหารเรือได้อุทิศตนในการปฏิบัติงานและบำเพ็ญประโยชน์นานับประการให้กับประเทศชาติและกองทัพเรือ จวบจนถึงวาระเกษียณอายุราชการ

สำหรับพิธีในวันนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายกสมาคมภริยาทหารเรือ ได้ถวายสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ  ก่อนร่วมในพิธีอำลาชีวิตการรับราชการ ณ หอประชุมภูติอนันต์

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวอำลาชีวิตราชการว่า “หากการรับราชการในกองทัพเรือ เปรียบเสมือนการเดินเรือ ทุกท่านที่เกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายนนี้ นับได้ว่าพวกเราได้ช่วยกันนำพาเรือลำนี้ ผ่านอุปสรรคต่างๆ ทั้งลม ฝน คลื่น และบางครั้งก็เป็นพายุ นอกจากนี้ ยังต้องพบกับปัญหาเรื่อง ลูกเรือ เรื่องเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ตลอดจนอุปกรณ์ประจำเรืออีกมากมาย แต่พวกเราได้ช่วยกัน กับน้องๆ ที่ทำหน้าที่ต่างๆ ในเรือ แก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ระหว่างเส้นทางจนกระทั่งมาถึงวันนี้ วันที่เรือลำนี้ถึงที่หมายโดยปลอดภัย และตรงตามแผนการเดินเรือที่วางไว้ ลอยลำเข้าท่าเรืออวดธงราชนาวีต่อสายตา ทั้งชาวต่างชาติและคนในชาติได้อย่างสง่างาม เราได้ร่วมกันนำเกียรติยศ และศักดิ์ศรีมาสู่เรือลำนี้ เราได้ร่วมกันซ่อมแซม และเสริมสร้างจนเรือลำนี้ มีความพร้อมสมบูรณ์ และพร้อมที่จะให้รุ่นน้องๆ รับไม้เดินทางไปในจุดหมายต่อไป ผมเชื่อมั่นว่า ความภาคภูมิใจสูงสุดของพวกเราผู้ที่เกษียณอายุราชการ มิได้ขึ้นอยู่กับแค่เพียงยศ หรือตำแหน่งหน้าที่ แต่อยู่ที่คุณประโยชน์และความดีงาม ที่ท่านได้กระทำไว้ ให้กับเรือลำนี้ ให้กับกองทัพเรือ และประเทศชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ ในวาระสำคัญที่ผม และนายทหารชั้นนายพลเรือทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ จะต้องอำลาชีวิตราชการ ผมขอแสดงความชื่นชม และขอขอบคุณทุกท่าน ที่ได้ช่วยกันนำเรือลำนี้ มาถึงที่หมาย การเดินทางของพวกเรา ได้ถูกบันทึกไว้ในปูมเรือ และจะถูกเก็บไว้เป็นตำนานบทหนึ่งของกองทัพเรือ จากนี้นับได้ว่า พวกเราได้ก้าวเข้าสู่เส้นชัยแห่งชีวิตการรับราชการโดยสมบูรณ์ โดยหลังจากนี้ พวกเราก็จะร่วมกับคุณครูในอดีต และรุ่นพี่ๆ ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เฝ้ามองและให้กำลังใจน้องๆ ในการปฎิบัติหน้าที่ต่อไป

สำหรับวันนี้ ผมและผู้ที่เกษียณอายุราชการ ดีใจที่ได้กลับมาที่โรงเรียนนายเรืออีกครั้งหนึ่ง ภูมิใจที่ได้มายืนในสถานที่ ที่เป็นก้าวแรกในชีวิตการเป็นทหารเรือ ของพวกเราหลาย ๆ คน และอยู่ท่ามกลางนักเรียนนายเรือ ที่ นับว่าเป็นรากแก้วของกองทัพเรือ อีกทั้งยังดีใจ ที่ได้เห็นและได้ทราบถึงการพัฒนาการของโรงเรียนนายเรือ ความมีระเบียบวินัยของนักเรียนนายเรือ ความสามารถที่โดดเด่นด้านกีฬา และที่สำคัญ เห็นความเป็นสุภาพบุรุษทหารเรือ ผ่านการแสดงออกของพวกเรา ทำให้มั่นใจได้ว่า คลื่นลูกใหม่ที่จะก้าวเข้ามาแทนที่พวกเรา จะเป็นกำลังสำคัญ ในการพาเรือลำนี้ ไปสู่จุดหมายต่อๆไปได้เป็นอย่างดี ผมขอให้พวกเราทุกคน รักษาเรือลำนี้ไว้ให้ดี เรือลำนี้คือเลือดเนื้อ คือชีวิตของพวกเรา บรรพชนทหารเรือของเรา ต้องทุ่มเทในการทำงาน บางครั้งต้องสละเลือดเนื้อ ชีวิตในการปฏิบัติภารกิจ กว่าที่กองทัพเรือจะได้รับการยอมรับ ในเกียรติและศักดิ์ศรี ดั่งเช่นในทุกวันนี้ ผมจึงขอให้ท่าน ปฎิบัติหน้าที่ อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความจงรักภักดี ด้วยความรักความสามัคคี ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น มุ่งมั่นในอุดมการณ์ ในการทำความดี และสานต่อบรรพบุรุษของเรา ในการเสริมสร้างกองทัพเรือ ให้พัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป”

ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ลำดับที่ 55 พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ได้มุ่งเน้นการพัฒนากองทัพเรือ ให้ขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์และพันธกิจ ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นให้กองทัพเรือ เป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำในภูมิภาค และเป็นเลิศในการบริหารจัดการ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถมีความจงรักภักดี ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น นำพากองทัพเรือให้เจริญก้าวหน้า โดยเน้นความสามัคคีปรองดอง เป็นพี่เป็นน้อง ร่วมมือร่วมใจปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วย ต้องดูแลหน่วยและสวัสดิการกำลังพลชั้นผู้น้อยซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้กองทัพเรือไปถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของ พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ที่ว่า “รวมใจภักดิ์ รักษ์ชาติ ราษฎร์ศรัทธา”

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 138 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

แสดง
ซ่อน