ศรชล. ตั้งทีมสอบเรือปริศนาลอยกลางอ่าวไทย

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 82 ครั้ง

โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) แถลงข่าวกรณี เรือ Fin Shul Yuan 2 ลอยตามกระแสน้ำเข้ามาบริเวณพื้นที่รับผิดชอบของ ศรชล.ภาค 2

วันนี้ (10 ม.ค.65) ที่หอประชุมกองทัพเรือ พลเรือตรี อิทธิพัทธ์ กวินเฟื่องฟูกุล โฆษก ศรชล. แถลงกรณีเรือ Fin Shui Yuan 2 ลอยตามกระแสน้ำเข้ามาบริเวณพื้นที่รับผิดชอบของ ศรชล.ภาค 2 ห่างจากฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปทางทิศตะวันออก ระยะทางประมาณ 80 ไมล์ทะเล โดยมี ผู้แทนหน่วยหลักของ ศรชล. ประกอบด้วย ผู้แทนกรมเจ้าท่า ผู้แทนกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ และผู้แทนกองทัพเรือ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.65 เวลา 15.40 น. เรือ Fin Shui Yuan 2 ได้ถูกตรวจพบที่พิกัดละติจูด 8 องศา 45.69 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 101 องศา 17.48 ลิปดาตะวันออก มีระยะทางห่างจากฝั่งนครศรีธรรมราช 142 ก.ม. (78.8 Nm) โดยเจ้าหน้าที่ของแท่นผลิตไพลินเหนือ ของบริษัท เชฟรอน (ประเทศไทย) สำรวจและผลิต จำกัด ขณะที่เรือดังกล่าวกำลังลอยตามกระแสน้ำและลม เข้ามาใกล้พื้นที่ปลอดภัยของแท่นขุดเจาะ ตรวจสอบโดยสายตาพบว่า ลักษณะตัวเรือเอียง และไม่พบการปฏิบัติงานบนเรือของลูกเรือ

โฆษก ศรชล. กล่าวว่า ในวันเดียวกัน ศรชล.ภาค 2 ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่แท่นขุดเจาะฯ เพื่อเข้าทำการตรวจสอบ ซึ่ง ศรชล.ภาค 2 ได้แจ้งให้ ทัพเรือภาคที่ 2 จัดกำลังทางเรือและอากาศยานไร้คนขับ เข้าปฏิบัติการตรวจสอบข้างต้น พบว่า ไม่มีลูกเรืออยู่บนเรือ ชื่อเรือ เลขเรือ และเอกสารทั้งหมดไม่ปรากฏ อุปกรณ์เดินเรือ ทั้งหมดบนสะพานไม่สามารถใช้งานได้ มีเพียงไฟแบตเตอรี่ที่ทำงานได้ ทำให้ไฟยอดเสายังติดอยู่ มีเชือกขนาด 5 นิ้วผูกติดที่หัวเรือ ห้องเครื่องจักรใหญ่และเครื่องไฟฟ้าถูกน้ำท่วมขังทั้งหมด รวมทั้งยังคงมีน้ำเข้าบริเวณระวางห้องเครื่องจักรใหญ่โดยต่อเนื่อง ไม่เห็นตัวเครื่องและไม่สามารถลงสำรวจได้

ในขณะเดียวกันได้ทำการตรวจสอบข้อมูลของเรือดังกล่าวผ่านระบบ Sea vision และระบบ MISC แล้วพบว่า ไม่มีข้อมูลเรือลำดังกล่าวทั้ง รวมทั้งได้ตรวจสอบสัญญาณ AIS ย้อนหลังไป 90 วัน ไม่พบว่ามีการส่งสัญญาณ และมีน้ำท่วมระหว่างขนถ่ายสินค้ามีกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงกระจายทั่วไป

ระหว่างวันที่ 7 – 8 ม.ค.65 ศรชล.ภาค 2 ได้แจ้งให้ทัพเรือภาคที่ 2 โดย ร.ล.ตาปี และ ร.ล.หลีเป๊ะ เข้าเฝ้าพื้นที่และดำเนินการกู้ซ่อมเบื้องต้นเพื่อจะทำการตรวจสอบเพิ่มเติม แต่เนื่องจากสภาพคลื่นลมแรง และมีน้ำเข้าตัวเรือ Fin Shui Yuan 2 อย่างต่อเนื่อง จึงแจ้งให้ กรมเจ้าท่า โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 พล็อตตำแหน่งเรือและติดตามสถานการณ์ออกประกาศชาวเรือให้ระมัดระวังในการเดินเรือ เตรียมการเก็บกู้เรือให้ปลอดภัย ประสานประเทศเจ้าของเรือ และดำเนินการ พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ต่อมาเวลา 23.20 น. ทัพเรือภาค 2 ได้แจ้งว่า เรือ Fin Shui Yuan 2 ได้จมลงบริเวณ บริเวณ ละติจูด 9 องศา 04.1 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 100 องศา 24.0 ลิปดาตะวันออก ห่างจากชายฝั่งอำเภอสิชล ประมาณ 28 ไมล์ทะเล ทางทิศตะวันตก ความลึกน้ำประมาณ 30 เมตร

โฆษก ศรชล. กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2565 เวลา 10.00 น. ศรชล.ภาค 2 ได้รายงานเพิ่มเติมจาก ร.ล.ตาปี ตรวจพบคราบน้ำมันลอยเหนือผิวน้ำบริเวณกว้างประมาณ 500 เมตร โดยคราบน้ำมันดังกล่าว มีลักษณะเจือจางไม่มีแผ่นหนามาก และสามารถกำหนดตำบลที่เรือดังกล่าวได้จมลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้คราบน้ำมันดังกล่าวอาจมีทิศทางไปทางทิศเหนือ ตาม SAR Map พิจารณาเห็นว่าไม่น่าจะสร้างความเสียหาย และจะสลายไปจากคลื่นลมธรรมชาติ อย่างไรก็ตามขอให้ติดตามการเคลื่อนตัวกับทิศทางและระยะทางที่อาจเข้าเกาะมัสสุมไปจนถึงเกาะสมุย หากมีแนวโน้มส่งผลกระทบ สำนักงานเจ้าท่าสาขานครศรีธรรมราชพร้อมปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันต่อไป

โฆษก ศรชล. กล่าวอีกว่า การดำเนินการติดตามของ ศรชล. กรณีเรือ Fin Shui Yuan 2 ได้ประสานให้กรมเจ้าท่า พิจารณาออกคำสั่งกู้เรือตาม พรบ.เดินเรือในน่านน้ำไทย ถ้าเกินกำหนดระยะเวลา 15 วัน แล้วยังไม่มีเจ้าของเรือมาแสดงตัวและกู้เรือ กรมเจ้าท่าอาจจะพิจารณาในการกู้เรือ และแจ้งให้ ศรชล.ภาค 2 ร่วมกับ สำนักสืบสวนและสอบสวนกลาง ศรชล. ร่วมกับ สปก.6 ศรชล.(ตำรวจน้ำ) จัดตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนที่มาที่ไปของเรือดังกล่าวต่อไป โดยยังคงติดตามสถานการณ์และการปฏิบัติของหน่วยปกติต่อไป

สำหรับประวัติของเรือ Fin Shui Yuan 2 นั้น จากข้อมูลในระบบ SEA Vision และ MISC นั้น มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเรือ Jin Shui Yuan 2 สัญชาติเรือ ประเทศจีน เป็นเรือ Cargo มีความยาว 56 เมตร ตรวจพบครั้งล่าสุดในปี 2020 จากการรายงานในระบบ AIS ทั้งนี้หากได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนจะได้นำเสนอต่อไป

“ศรชล. ทุกนายจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความรัก ความสามัคคี ความวิริยะ อุตสาหะ ด้วยสติรู้ตัว ปัญญารู้คิด เพื่อผลประโยชน์ทางทะเลแก่ประชาชน และประเทศไทยต่อไป สามารถประสานข่างสารเพิ่มเติมได้ทาง Hotline 1456” โฆษก ศรชล. กล่าว

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 82 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน