มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 110 ครั้ง
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผนึกกำลังตำรวจภูธรภาค 4 จัด Workshopใหญ่ ติวเข้มกฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหายฯ ณ โรงแรมอวานี จ.ขอนแก่น มุ่งปรับวัฒนธรรมการทำงานเจ้าหน้าที่รัฐ เน้นโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลสู่มาตรฐานสากล

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.69 ที่โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จ.ขอนแก่น นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (รองผบช.ภ.4) ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฏิบัติการในสังกัดภาค 4 เข้าร่วมกว่า 138 นาย

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ข้อกฎหมาย แต่คือการ “ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน” ของเจ้าหน้าที่รัฐให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล “เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้การทรมานและการอุ้มหายหมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการคุ้มครองความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นอันดับแรก”

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ อาทิ ศ.ณรงค์ ใจหาญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ และ พ.ต.อ.วีร์พล ใหญ่อรุณ รองผู้บังคับการกองคดีอาญา ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และถอดบทเรียนผ่าน 3 หัวใจหลัก
* เจตนารมณ์กฎหมาย: สร้างความเข้าใจเชิงลึกเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิโดยไม่ตั้งใจ
* แนวทางปฏิบัติเชิงรุก: การปฏิบัติตามระเบียบใหม่เพื่อคุ้มครองทั้งตัวเจ้าหน้าที่เองและประชาชน
* การแก้ปัญหาหน้างาน: วิเคราะห์ความท้าทายจากสถานการณ์จริงเพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

ตำรวจมั่นใจกฎหมายชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นประชาชน
ด้าน พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ย้ำชัดว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้อย่างสูงสุด การติวเข้มในครั้งนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีความมั่นใจในการทำหน้าที่
“เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าใจข้อกฎหมายอย่างถ่องแท้ การปฏิบัติหน้าที่ก็จะมีความโปร่งใส ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง” รอง ผบช.ภ.4 กล่าวทิ้งท้าย
“กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ยืนยันเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างเป็นธรรมและทัดเทียมสากล”




มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 110 ครั้ง



