มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 82 ครั้ง
นายกิตติโชติ เตรียมเวชวุฒิไกร นายกเทศมนตรีเมืองเมืองพล จ.ขอนแก่น พร้อมคณะผู้บริหาร และ พ.ต.อ.พีระฉัตร สาขา ผกก.สภ.พล ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการบูรณาการสนับสนุนการลดพฤติกรรม เมา+ดื่ม คนเมืองพลเราไม่ขับ โดยมี นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ เป็นผู้แทนมูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือกับทั้ง 2 หน่วยงาน ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองเมืองพล จ.ขอนแก่น
นายกิตติโชติ เตรียมเวชวุฒิไกร นายกเทศมนตรีเมืองเมืองพล จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองเมืองพลมีนโยบายที่ชัดเจนในการไม่สนับสนุนให้คนเมืองพลเมาหรือดื่มแล้วขับ เพราะผิดกฎหมายจราจร และยังเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน นำมาซึ่งความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ขับขี่และผู้ร่วมทาง โครงการบูรณาการสนับสนุนการลดพฤติกรรม เมา+ดื่ม คนเมืองพลเราไม่ขับ ซึ่งเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ ซึ่งเทศบาลเมืองเมืองพลจะได้ประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องชาวเมืองพล ขอให้จากนี้ไปถ้าต้องบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คนเมืองพลจะร่วมใจกันไม่ขับรถ ภายใต้คำขวัญว่า คนเมืองพล เมา+ดื่ม เราไม่ขับ เพื่อตัวเราและคนที่เรารัก
ทางด้าน พ.ต.อ.พีระฉัตร สาขา ผกก.สภ.พล เปิดเผยว่า สภ.มืองพลดำเนินนโยบายตอบสนองต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนบนท้องถนนอย่างเคร่งครัดตลอดมา โครงการบูรณาการสนับสนุนการลดพฤติกรรม เมา+ดื่ม คนเมืองพลเราไม่ขับ เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ ซึ่งสภ.เมืองพลยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะประสบความสำเร็จก็ขึ้นอยู่กับชาวเมืองพลต้องร่วมมือกัน ถ้าเมาหรือดื่มต้องไม่ขับอย่างเด็ดขาด
ขณะที่ นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า “โครงการบูรณาการสนับสนุนการลดพฤติกรรม เมา+ดื่ม คนเมืองพลเราไม่ขับ ถือเป็นการทำงานแสวงหาความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเมาไม่ขับกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นนโยบายของมูลนิธิเมาไม่ขับและภาคีเครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพราะปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ผลักดันนโยบายความปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในพื้นที่ เนื่องจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจากการเลือกของประชาชน รู้ปัญหาและเข้าใจปัญหาในพื้นที่ดี การสร้างความร่วมมือเพื่อลดพฤติกรรม เมา+ดื่มเราไม่ขับ เป็นนโยบายตอบสนองการทำงานเชิงรุกของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่มีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งไหนอยากเห็นคนในท้องถิ่นของตนเอง เสียชีวิต บาดเจ็บ พิการจากอุบัติเหตุเมาแล้วขับอย่างแน่นอน การป้องกันจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด” นายสุรสิทธิ์ กล่าว
มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 82 ครั้ง



