มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 76 ครั้ง
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.) จับมือ จังหวัดฉะเชิงเทรา และภาคีเครือข่าย เปิดโรดแมปโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอัจฉริยะรองรับพื้นที่ EEC ชูโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 kV และ 230 kV เสริมสร้างเสถียรภาพ และความมั่นคงทางพลังงานขั้นสูงสุด ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเศรษฐกิจดิจิทัล มุ่งเป้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และศูนย์กลางข้อมูล (Data Center) ระดับอาเซียน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (5 พ.ค.69) จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับ สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.), พลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา, อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา, คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดสัมมนาสื่อมวลชนจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดชลบุรี ในหัวข้อ “EEC Power Infrastructure 2026 : เข็มทิศพลังงานขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจภาคตะวันออก” โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดสัมมนาฯ และ นางสาวสุพัตรา สมถวนิช รองเลขาธิการสมาคมฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ ห้องประชุมนครเนื่องเขต โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา

โดยนางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีบทบาทรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ (Special Targeted Industries) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่รัฐบาลมุ่งส่งเสริม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และต่อยอดจากฐานการผลิตเดิม (First S-Curve) สู่การลงทุนใหม่ (New S-Curve) อย่างเป็นรูปธรรม การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มั่นคง ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ เป็นหัวใจสำคัญของขีดความสามารถในการแข่งขันระดับจังหวัดและประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Data Center และกลุ่ม Smart Industry ที่ต้องการไฟฟ้าคุณภาพสูง มีเสถียรภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 500 และ 230 กิโลโวลต์ ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมความมั่นคงทางพลังงาน สร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการลงทุน และเอื้อให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานได้อย่างทั่วถึง พร้อมเติบโตควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ด้านนางนวรถ ปะรักมะสิทธิ์ ผู้อำนวยการ สำนักแผนภาพรวม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ในปีนี้ จะเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งเป็นยุคของการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เครื่องจักรอัจฉริยะ และระบบไซเบอร์เข้ากับกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมใหม่ รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เสริมศักยภาพการแข่งขันของพื้นที่ EEC และสนับสนุนการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การลงทุนที่มีคุณภาพในระยะยาว
ขณะที่ นายบุญมา พูชิน ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสริมว่า การพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าของประเทศไทย เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อเสริมขีดความสามารถในการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอ มั่นคง และมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ EEC ที่จะมีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ Data Center รถไฟฟ้าความเร็วสูง สนามบินนานาชาติ ท่าเรือน้ำลึก ท่าเรืออุตสาหกรรม ตลอดจนภาคการท่องเที่ยว และภาคที่อยู่อาศัย กฟผ. จึงเร่งเดินหน้าโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงข่ายไฟฟ้า 500 kV โรงไฟฟ้าของบริษัท บูรพา พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น จำกัด – พนมสารคาม , โครงข่ายไฟฟ้า 500 kV บางละมุง 2 – ปลวกแดง , โครงข่ายไฟฟ้า 230 kV บางละมุง 2 – จอมเทียน , โครงข่ายไฟฟ้า 230 kV ชลบุรี 2 – บ่อวิน , โครงข่ายไฟฟ้า 230 kV บางปะกง – อ่าวไผ่ และโครงการอื่น ๆ ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง
ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Smart Grid) และ สถานีไฟฟ้าแรงสูงอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการไฟฟ้าแบบ Real-time รองรับอุตสาหกรรมที่ต้องการไฟฟ้าคุณภาพสูง เสริมเสถียรภาพการเชื่อมโยงพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน พร้อมสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าสีเขียว ผ่านการให้บริการไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Utility Green Tariff : UGT) แบบไม่เจาะจงแหล่งที่มา (UGT1) และแบบเจาะจงแหล่งที่มา (UGT2) รวมถึงใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการที่มุ่งสู่เป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% (RE100) ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก และผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนทางด้าน นายฉัตรชัย จินตกูล วิศวกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานพลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า สำนักงานพลังงานจังหวัด มีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายพลังงานในระดับพื้นที่ให้สอดรับกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ โดยจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเป้าหมายหลักของการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาคตะวันออก จึงมุ่งเน้นการส่งเสริมการบริหารจัดการพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ควบคู่กับการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
พร้อมกันนี้ ยังสนับสนุนการนำนวัตกรรมพลังงานมาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ท้องถิ่น (Local Content) ผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ สร้างงาน จ้างงาน และพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเมืองอย่างเป็นรูปธรรม และช่วยให้ชุมชนเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่ต้นแบบเมืองพลังงานอัจฉริยะที่เติบโตควบคู่กับการพัฒนาของพื้นที่ EEC
ในส่วนของ นายศิวะกร สุขทอง วิศวกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด พร้อมขานรับนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่มั่นคง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และดึงดูดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการไฟฟ้าคุณภาพสูง และมีเสถียรภาพเป็นพิเศษ ซึ่งได้แก่พื้นที่นิคม และเขตอุตสาหกรรมของจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง
การมี “เข็มทิศพลังงานปี 2026” ที่ชัดเจนนี้ จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งรัดให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจังหวัดฉะเชิงเทราพร้อมสนับสนุนด้านกฎระเบียบ และมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ เพื่อเอื้อต่อการลงทุน สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล และรองรับการเติบโตของพื้นที่ EEC ในอนาคต

ทั้งนี้ นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ ถือเป็นอีกมิติหนึ่งของการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านนโยบายทุกภาคส่วน กับสื่อมวลชน เพื่อร่วมถ่ายทอดทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของไทยสู่สาธารณะอย่างถูกต้อง รอบด้าน และสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่งข้อมูลความก้าวหน้าของโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง และระบบอัจฉริยะต่าง ๆ ไม่เพียงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มทุนที่จะเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ภาคตะวันออกเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในท้องถิ่น ที่จะได้รับทราบถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ การเติบโตของเมือง และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการมีระบบพลังงานที่มั่นคง และมีเสถียรภาพ
อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ในฐานะสื่อมวลชนส่วนภูมิภาคพร้อมเป็นกระบอกเสียงสำคัญช่วยสะท้อนภาพการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของพื้นที่ EEC เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของประชาชนทุกภาคส่วน และนำไปสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาร่วมกันต่อไป


มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 76 ครั้ง



