เกษตรกรบ้านแพ้ว แชร์เคล็ดลับทำให้ลำไยเนื้อแน่น หวานกรอบ เมล็ดเล็ก แห้ง

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 48 ครั้ง

ลำไยพันธุ์พวงทอง ของดีบ้านแพ้ว เพิ่งปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวไปไม่นาน รวมถึงผลผลิตจากสวน 14 ไร่ของ ลุงไพรัช เทียนทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปลูกลำไยพวงทองบ้านแพ้ว ที่จำหน่ายหมดสวน ได้กำไรเป็นที่น่าพอใจ ผลผลิตออกมาตรงตามเป้าหมาย ทั้งขนาด ความหวาน และคุณภาพที่ตลาดต้องการ

ความสำเร็จในปีนี้ไม่ได้เกิดจากโชค หากแต่เป็นผลจากการปรับแนวคิดการทำสวนอย่างจริงจัง ลุงไพรัชค่อย ๆ ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี หันมาใช้ปุ๋ยหมักอินทรีย์ควบคู่กับ น้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลำไยพวงทองโดดเด่นด้านคุณภาพ เนื้อแน่น เมล็ดเล็ก หวานกรอบ ตามเอกลักษณ์ของบ้านแพ้ว

ลุงไพรัช เล่าว่า เดิมทีสวนใช้ปุ๋ยเคมีเป็นหลัก กระทั่งเมื่อ 5 ปีก่อน เจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินเข้ามาส่งเสริมการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ วัสดุเหลือใช้ในสวน ผลไม้คัดทิ้ง แกลบ ขี้ไก่ และขี้วัว ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลาย ทำให้ต้นทุนลดลงและดินเริ่มฟื้นตัวต่อมา กรมประมง ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน มาสนับสนุนให้เกษตรกรในอำเภอบ้านแพ้ว และอำเภออื่น ๆ ในสมุทรสาคร นำปลาหมอคางดำใช้เป็นวัตถุดิบผลิตน้ำหมักชีวภาพ ผลลัพธ์ที่ได้เกินความคาดหมาย พืชมีความสมบูรณ์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบเขียวเข้ม หนา เงาสวย ใบร่วงน้อยลง ลำต้นใหญ่และแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตต่อต้นเพิ่มขึ้น และรสชาติหวานกรอบตามมาตรฐาน GI

จุดเด่นของน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ คือการเป็นแหล่งธาตุอาหารธรรมชาติ ทั้งธาตุหลักและธาตุรอง ช่วยบำรุงดิน ใบ และผลอย่างสมดุล เมื่อใช้สม่ำเสมอสามารถลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีได้ชัดเจน ต้นทุนการผลิตลดลง ขณะที่คุณภาพผลผลิตกลับเพิ่มขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร

สูตรการทำน้ำหมักชีวภาพของ ลุงไพรัช ใช้ปลาหมอคางดำบดหรือหั่น 3 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน สับปะรดทั้งหัว หรือเปลือกสับปะรด 1 ส่วน และจุลินทรีย์ EM หรือ พด.2 1 ส่วน ผสมให้เข้ากัน หมักในที่ร่มประมาณ 3 เดือน แต่ต้องหมั่นคนเป็นประจำทุกวัน เมื่อหมักได้ที่ลุงไพรัชจะนำน้ำหมักมาผสมน้ำในอัตรา 1 ต่อ 100 ใช้ฉีดพ่นและรดต้นลำไย ลดได้บ่อย ยิ่งบ่อยยิ่งดี

นอกจากประโยชน์ด้านการเกษตรแล้ว การนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพ ยังช่วยลดปริมาณปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำของสมุทรสาคร เป็นแนวทางจัดการทรัพยากรที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านสามารถจับปลาเพื่อนำมาผลิตน้ำหมัก หรือจำหน่ายเป็นวัตถุดิบ สร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน

สวนของลุงไพรัชได้รับตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของลำไยบ้านแพ้วตั้งแต่ปี 2563 ไม่เพียงเป็นเครื่องการันตีคุณภาพ แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้ให้เกษตรกรและผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน แนวทางการใช้น้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำจึงสะท้อนภาพเกษตรกรรมที่พึ่งพาธรรมชาติอย่างชาญฉลาด

เรื่องราวจากสวนลำไยบ้านแพ้วพิสูจน์ให้เห็นว่า นวัตกรรมที่เรียบง่ายและใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น สามารถยกระดับทั้งผลผลิต รายได้ และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน พร้อมเติบโตไปกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 48 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน