กรมพินิจฯ มอบนโยบาย วาง “ยุทธศาสตร์ 4 มิติ” สร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 80 ครั้ง

อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มอบนโยบายขับเคลื่อนการปฏิบัติราชการ ปี 2569 ผ่าน ยุทธศาสตร์ 4 มิติ CARE Strategy เพื่อดูแล พัฒนา และสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน

วันนี้ (2 ก.พ.69) เวลา 09.30 น. ที่โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาศักยภาพองค์กรเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมมอบนโยบายการบริหารราชการแก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ โดยมี นางนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจฯ นางสุจิตรา แก้วไกร รองอธิบดีกรมพินิจฯ นางปรีดา วิสาโรจน์ รองอธิบดีกรมพินิจฯ ตลอดจนคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกรมพินิจฯ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ

โอกาสนี้ นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ได้มอบนโยบายแก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “ในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งการดำเนินงานในปีนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความท้าทาย จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในมิติด้านสังคม พฤติกรรมของเด็กและเยาวชน รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น การกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ในการบริหารงานในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการกำหนดทิศทางตามวงรอบของการบริหารราชการเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความปลอดภัย และการบริหารราชการที่ทันสมัย เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน”

นายโกมล กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดที่เราทุกคนต้องยึดมั่น ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า เราจะเป็นองค์กรมาตรฐานสากลด้านการพิทักษ์คุ้มครองเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม โดยมีกรอบแนวคิด “CARE” เป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อน กล่าวคือ

C : Continuing Royal Initiatives สืบสานศาสตร์พระราชา มีแนวทางการขับเคลื่อนสำคัญในการน้อมนำแนวพระราชดำริและแนวทางการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนมาเป็นหลักในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน

A : Advancing Administration พัฒนาระบบงาน โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในการปฏิบัติงาน

R : Raising Educational Opportunities ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา กรมฯ มีนโยบายส่งเสริมการศึกษาทั้งสายสามัญ สายอาชีพ และวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีงานทำและมีรายได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

E : Expanding Networks มุ่งพัฒนาเครือข่าย มีแนวทางในการขับเคลื่อนผ่านระบบเครือข่าย ทั้งด้านการรักษาพยาบาล อนามัยสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมด้านการศึกษา การพัฒนาระบบการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู การสงเคราะห์ช่วยเหลือ เพื่อให้เด็กและเยาวชนประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต

ทั้งนี้ ความสำเร็จของการขับเคลื่อนดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และเครือข่ายทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 80 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน