จับตา สตช.-อสส.-ปปช. ขยับอย่างไร หลัง พบ ตร.แอบถ่ายภาพอธิบดีอัยการ-อัยการพิเศษ ที่ปรึกษาคดี 8 สีกากีพัวพันเว็บมินนี่

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 78 ครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักการสอบสวน ส่งหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ตรวจสอบตำรวจที่พัวพันคดีเว็บพนันออนไลน์ของนาวสาวธันยนันท์ สุจริตชินศรี หรือมินนี่ว่า มีพฤติการณ์คุกคามแอบถ่ายภาพนายกุลธนิตและสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 ในการพิจารณาสำนวนคดีพนันออนไลน์ โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผู้ต้องหากับพวกรวม 8 คน ส่งหนังสือร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ในการให้คำแนะนำปรึกษาการสืบสวนสอบสวนของพนักงานอัยการดังกล่าว แต่ผู้ต้องหาได้ถ่ายภาพของนายกุลธนิตและนายสุริยน ประกอบการร้องเรียน โดย พ.ต.ท.คนหนึ่งเป็นผู้ถ่ายภาพประกอบการร้องเรียนว่า ตอนนี้หนังสือของนายกุลธนิตถึงมืออัยการสูงสุดและรอง ผบ.ตร. (พลตำรวจเอกธนา ชูวงศ์) ได้รับทราบแล้วว่า อัยการผู้ใหญ่ถูกคุกคาม และอัยการสูงสุดได้มีหนังสือส่งถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว และสำนักงานอัยการสูงสุดขอตรวจสอบเหตุการณ์ให้ชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการในชั้นต่อไป

ขณะที่ มีรายงานว่า หน่วยคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลความปลอดภัยของอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 แล้ว หลังมีกระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว

สำหรับ ความเคลื่อนไหวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คงต้องรอให้ พลตำรวจเอกธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พิจารณาหนังสือร้องเรียนดังกล่าวก่อนที่จะมีการดำเนินการขั้นต่อไป

แหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า 8 นายตำรวจที่พัวพันคดีเว็บพนันออนไลน์กับ มินนี่นั้น ตอนนี้ยังทำงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้จะโดนย้ายจากต้นสังกัดเดิมก็ตาม ตรงนี้น่าตั้งข้อสังเกตว่าหลังจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งสำนักงาน ปปง.ที่ ย.2 /2567 ลงวันที่ 9 ม.ค.2567 ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวกรณี นายณัฐวัตร กับพวก มีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน โดยเป็นการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดฐานฟอกเงิน รวม 255 รายการ มูลค่ากว่า 41 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ มีชื่อ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยเกตุ ,น.ส.ธันยนันท์ ,นายณัฐวัตร และพ.ต.อ.เขมริมทร์ ด้วย

แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า ตรงนี้ยืนยันชั้นต้นว่าตำรวจบางนายที่มีความสัมพันธ์ทางการเงินกับ มินนี่ เหตุใดสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติม หากเทียบกับคดีใหม่ ๆ ในช่วงนี้ ที่ตำรวจบางนายกระทำความผิดในคดีต่าง ๆ แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ตำรวจที่กระทำผิดออกจากราชการไว้ก่อนทันที

“การติดตามความเคลื่อนไหวของนายกุลธนิตและนายสุริยน นั้น นับเป็นครั้งแรก ๆ ที่ผู้บริหารของสำนักงานอัยการสูงสุดถูกตำรวจที่เป็นคนใกล้ชิดของผู้ถูกกล่าวหาในคดีพนันออนไลน์และฟอกเงินสั่งติดตามถ่ายภาพการดำรงชีวิตนับเป็นการข่มขู่การทำงาน ตรงนี้ถือว่าละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน มีความผิดในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมทั้งวินัยข้าราชการ ต้องติดตามว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการอย่างไร” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ตอนนี้มีความพยายามจากบางฝ่ายในการช่วยเหลือตำรวจทั้ง 8 นาย โดยนายตำรวจระดับสูงบางคนพยายามประสานงานกับผู้ใหญ่หลายฝ่ายในสำนักงานอัยการสูงสุด จนเป็นที่น่าสังเกตว่ามีการแยกคดีนี้เป็นหลายส่วน ทั้ง ๆ ที่คดีมีความเกี่ยวข้องกันในข้อเท็จจริง และทราบว่ามีการแยกสำนวนการสั่งฟ้องผู้ต้องหาราว 40 คน ซึ่งบางสำนวนสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางสำนวนสั่งฟ้องประชาชน โดยผู้ต้องหาบางคนนั้นอาจมีการปล่อยให้หมดอายุความจนส่งฟ้องไม่ทัน ตรงนี้ต้องติดตามการดำเนินการในคดีนี้ที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำลังดำเนินการเรื่องนี้ไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากผลการสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้มูลชั้นต้นว่า คดีที่ 8 นายตำรวจที่พัวพันเว็บพนันของนางสาวธันยนันท์มีส่วนเกี่ยวข้องจริงนั้น สำนวนคดีจะต้องส่งต่อให้สำนักงานปปช.พิจารณาและไต่สวนความผิดที่ถูกกล่าวหาอีกชั้นหนึ่ง

แหล่งข่าวกล่าวว่า ตอนนี้บุคลากรในสำนักงานปปช.ทราบว่า ทั้งสามคนใกล้ชิดนายตำรวจใหญ่คนหนึ่งที่พยายามสร้างเครือข่ายในหลายองค์กรและยังใกล้ชิดอดีตกรรมการปปช.บางคนที่กำลังวางบุคคลที่ใกล้ชิดไว้ในสำนักงานปปช. โดยทราบว่า ทั้งสองคนร่วมกันวางบุคลากรไว้ในสำนักไต่สวนสำคัญ ๆ ในสำนักงานปปช.เพื่อตรวจสอบและวินิจฉัยข้อร้องเรียนที่อาจพาดพิงคนในเครือข่ายของตัวเองตามที่เคยมีกระแสข่าวจากสื่อมวลชนที่รายงานไปแล้ว

“เช่นคลิปของนายตำรวจใหญ่คนหนึ่งที่อ้างถึงความใกล้ชิดกับอดีตกรรมการปปช.คนหนึ่งในการกลั่นกรองข้อร้องเรียนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการร้องเรียนการทำงานของนายตำรวจใหญ่คนนี้ ว่าหากการร้องเรียนมาถึงปปช.อย่างไรก็ปัดตก เป็นต้น ตรงนี้น่าพิจารณาว่าหากการร้องเรียนตำรวจบางคนที่ร้องเรียนการทำหน้าที่ของอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 ในกรณีล่าสุด หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งสำนวนดังกล่าวมาถึงปปช.นั้น อาจเป็นไปได้ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวจะไม่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ

นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการปปช.คนใหม่ ได้ตรวจสอบบุคคลเหล่านี้ก่อนบรรจุเป็นอนุกรรมการฯหรือไม่ และตอนนี้ยังไม่ทราบความคืบหน้าของประธานปปช.ในกรณีพิจารณาคลิปดังกล่าวแต่อย่างใดอยากให้สังคมสอบถามประธานปปช.ในเรื่องนี้ด้วย” รายงานข่าวระบุ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 78 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน