ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 400 ครั้ง

“ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่” คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ประเภท ผ้าทอยกใหญ่ ระดับประเทศ ครั้งที่ 18 จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 นางอาจารี ศรีสุนาครัว ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ พร้อมคณะข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้ารับพระราชทานรางวัล ชนะเลิศ การประกวดผ้าไหม ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ประเภท ผ้าทอยกใหญ่ ระดับประเทศ ครั้งที่ 18 ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ไหมไทยล้ำค่า สายใยแห่งภูมิปัญญา พัฒนาสู่สากล” ณ ฮอลล์ 6-7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายอายุตม์ กล่าวว่า ด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม จัดการประกวดผ้าไหม ตรานกยูง ชิงรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย พร้อมผลักดันมาตรฐานไหมไทย มุ่งสร้างชื่อเสียงสู่สากล สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในครั้งนี้ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ได้เป็นหนึ่งในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด และร่วมถวายรายงานในขณะสมเด็จพระกนิษฐาราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการกรมราชทัณฑ์ โครงการคืนคนดีสังคม ตามพระราชดำริฯ ด้วยโครงการฝึกวิชาชีพหม่อนไหมในราชทัณฑ์ เรือนจำ/ทัณฑสถานในภาคเหนือแบบครบวงจร ซึ่งได้แก่ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง เรือนจำจังหวัดลำพูน และทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับกรมหม่อนไหม เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 ร่วมกันหารือในประเด็นความเชื่อมโยงกิจกรรมด้านการผลิตเส้นไหมของทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง เพื่อส่งให้ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่และเรือนจำจังหวัดลำพูน ใช้ในการทอผ้า ตลอดจนการจัดทำโมเดลหม่อนไหมในราชทัณฑ์แบบครบวงจร (ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ) โดยนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือภายใต้ความร่วมมือของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนกระบวนการคืนคนดีสู่สังคมด้วยอาชีพด้านหม่อนไหมแบบครบวงจร ตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม มีเป้าหมายเพื่อขายรัง สาวเส้นขายและสาวเส้นเพื่อส่งกระจายไปให้เรือนจำอื่น ๆ (ต้นน้ำ) การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและการทอผ้า มีเป้าหมายเพื่อเป็นจุดสาธิตการเรียนรู้ด้านหม่อนไหมและการทอผ้ายกดอกลำพูนให้ได้การรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน (กลางน้ำ) จนถึงการทอผ้าและการแปรรูปผ้าไหม มีเป้าหมายเพื่อทอผ้ายกดอกลำพูนให้ได้การรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน และแปรรูปผ้าไหมให้เหมาะสมกับตลาด (ปลายน้ำ) นอกจากนี้ยังร่วมกันติดตามผู้ต้องขังที่พ้นโทษไปแล้ว เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอาชีพด้านหม่อนไหมอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลความสำเร็จที่ผ่านมา ได้มีการฝึกวิชาชีพด้านหม่อนไหมแก่ผู้ต้องขังไปแล้วกว่า 200 คน ซึ่งจากการติดตามผู้ที่พ้นโทษออกไปในปี 2566 พบว่า มีผู้ที่นำองค์ความรู้ด้านการทอผ้าไหมไปต่อยอดประกอบเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว จำนวน 15 ราย ส่วนใหญ่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขร่วมกับครอบครัว อยู่ร่วมกับสังคมภายนอกอย่างปกติสุขและขยายผลอาชีพสู่ชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 400 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน