อู่แทบแตก! “รถตู้-มินิบัส” ทั่วประเทศประชุมใหญ่ จี้คมนาคม-ขนส่ง เยียวยาเร่งด่วน อย่าโยนไปโยนกันมา เตรียมบุก 14 มี.ค.ที่คมนาคม

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 638 ครั้ง

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.66 ที่อู่โชคล้ำเลิศ บางปะอิน สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด นำโดย นายปรีดา มากมูลผล นายกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด ได้จัดการประชุมใหญ่ในข้อปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับรถตู้บริการสาธารณะทุกหมวดทั่วประเทศ โดยมี นายวุฒิภัทร คงมั่น ประธานสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทย นายโสฬส พรหมรักษ์ ประธานสมาพันธ์รถตู้ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ นายปัญญา เลิศหงิม นายกสมาคมรถตู้โดยสารสาธารณะ กรุงเทพ-ปริมณฑล ผู้ประกอบการ และตัวแทน รถหมวด 1, หมวด 2, หมวด 3, หมวด 4 รถตู้ร่วม ขสมก. และสมาพันธ์ ป้าย 30 ทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุม 

นายปรีดา มากมูลผล นายกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด กล่าวว่า การจัดประชุมใหญ่ในครั้งนี้ ประเด็นหลักๆคือ ขอให้รถตู้โดยสารสาธารณะทุกคันได้รับการเยียวยา เป็น 13 ปี เหมือนกันทุกคัน เพราะที่ผ่านมารถทุกคันได้รับผลกระทบต้องหยุดวิ่งรถจากสถานการณ์โควิดเหมือนกันหมด ดังนั้นจึงขอให้ได้รับการเยียวยา เหมือนกันที่ 13 ปี และปลดล็อคการตรวจสภาพรถที่จะหมดในรอบภาษีมีนาคมนี้ ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันคือ 10+1, 11+1 และ12+1

ด้านนายวุฒิภัทร คงมั่นประธานสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทย ได้ร่วมประชุมใหญ่ กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องมีดังนี้ 1. ตู้เป็นตู้ และมินิบัสภาคสมัครใจ 2. GPS. 3. อายุรถขั้นต่ำ 20 ปี 4. ขนส่ง-ตำรวจ เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย 5. น้ำมัน-ก๊าซ 6. สวัสดิการผู้ประกอบการ และ7. กองทุนช่วยเหลือ ซึ่งการร่วมกันเพื่อเป็นการสะท้อนปัญหาต่างๆ ของผู้ประกอบการทุกเรื่องราว ทุกหมวดหมู่ เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งหมดทั้งมวลที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นระเบียบต่างๆ ข้อจำกัดในการประกอบอาชีพ ความไม่เสมอภาค การขาดการช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน อย่างจริงใจจากภาครัฐ การขาดการดูแลด้านสวัสดิการ ของบุคลากรในองค์กร ปัญหาหลักคือการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ดำเนินการกับกลุ่มผู้ประกอบการอย่างไม่เป็นธรรมเท่าเทียมกัน ให้ผลประโยชน์แก่พวกพ้อง และกลุ่มทุนรายใหญ่ ผู้ประกอบการรายย่อยเปรียบเสมือนส่วนเกินทางสังคม ปัญหาเรื่อง อายุรถ ที่เป็นปัญหาใหญ่ ที่เขียนขึ้นมาจำกัดสิทธิ์ของผู้ประกอบการ ทั้งที่การตรวจสภาพรถก็เป็นฝ่ายวิศวกรรม ของกรมการขนส่งทางบก ปัญหาด้าน GPS ปัญหาใหญ่อีกอย่างคือความความมั่นคงในชีวิต ในอาชีพของผู้ประกอบการภาคเอกชน ที่ไม่มีหน่วยงานไหนมาเหลียวแล แก้ไขอย่างจริงจัง เป็นระบบ

นายวุฒิภัทร กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้น เราจึงต้องร่วมกันในครั้งนี้อย่างเต็มกำลังเพื่อสร้างศักยภาพ ให้หน่วยงานของภาครัฐ และรัฐบาลที่ไม่เคยเห็นหัวประชาชนคนในอาชีพนี้ ได้รับเอาไปเป็นนโยบายแก้ไขปัญหา อย่างจริงจัง เพื่ออาชีพของพวกเราที่ทำมาหากินกันหลายชั่วอายุคนจะต้องมีความมั่นคง เจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่อยู่แบบมืดมน ชนแต่ปัญหารายวัน กลุ่มอาชีพอื่นๆ ยังได้การช่วยเหลือ เช่น ชาวไร่ชาวนา ฝนตกน้ำท่วม ภัยแล้ง ประกันราคา เสริมด้วยโครงการโคกหนองนา เพื่อละเลงงบประมาณมีกรมส่งเสริมเกษตรและสหกรณ์ ดูแลทุกขั้นตอน ต่างกันราวฟ้าดินกับ ผู้ประกอบการเดินรถ ต้องเจรจาด้วยเงินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งที่เงินเราก็หามาได้ด้วยความบริสุทธิ์และยากลำบาก เป็นผู้ที่เสียภาษีรายวัน รายใหญ่คือค่าใช้จ่ายจากพลังงานเชื้อเพลิง และรายปี ทั้ง พ.ร.บ. ประกันภัย ภาษีประจำปี รวมแล้วหลายหมื่นบาทต่อคัน แล้ว เราได้อะไรตอบแทนจากภาครัฐบ้าง มีแต่โดนบีบบังคับ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่การสร้างขวัญและกำลังใจ ถ้าไม่เรียกร้องก็ไม่คิดทำอะไรเพื่อเป็นการชดเชยให้ เช่นเรื่อง สถานการณ์โควิด-19 พูดแล้วของมันขึ้นครับ

“เพื่อนพ้องน้องพี่ แทนที่ผู้ประกอบการกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จะเป็นเหมือน นักมวยกับพี่เลี้ยงที่จะช่วยเหลือดูแลแนะนำทำอย่างไรให้ชนะและแข็งแรง กับเป็นคู่อริกันซะอย่างนั้น เราคือผู้รับใช้บริการประชาชน ทำงานร่วมกันแทนภาครัฐ ก่อให้เกิดเป็นอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้เป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจทั่วประเทศ กระจายรายได้ สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง พอมีพอกินพอเลี้ยงชีพไม่ให้เดือดร้อนต่อภาครัฐบาลในส่วนรวม แต่ก็ถูกเพิกเฉยไม่เห็นคุณค่าความสำคัญ ทั้งที่เราก็เหนื่อยยากลำบากในการประกอบอาชีพต้องลงทุน กู้ยืม ใช้หนี้สินต่างๆ ที่มีในการลงทุน ทั้งค่าซ่อม ค่าโสหุ้ยต่างๆ ที่ต้องเจอ” นายวุฒิภัทร กล่าว

นายวุฒิภัทร กล่าวอีกว่า สรุปคือเราเจอแต่ปัญหา ไม่เคยเจอเรื่องส่งเสริมสนับสนุนเลย ถ้าไม่เรียกร้อง ครั้งนี้เราต้องป่าวประกาศให้โลกรู้ว่า พวกเรากลุ่มอาชีพที่สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ปีละหลายแสนล้านบาท โดนเพิกเฉยปล่อยลอยแพ กดขี่ ข่มเหง ย่ำยี กันมาตลอด ไม่สนับสนุน แล้วอย่าทำลาย ก็ยังพอทน แต่นี่ กะจะเอากันให้ฉิบหายไปข้าง เราจะทนต่อไปอย่างไร 

ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณท่าน เจ้าภาพในการจัดประชุมใหญ่ในครั้งนี้ครับ ท่าน ปรีดา มากมูลผล นายกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด สนับสนุนอาหาร พร้อมสถานที่ ความเข้มแข็ง พร้อมเพรียง ความสามัคคี คือกุญแจสำคัญที่สุดในความสำเร็จครับ “ไม่เสียสละ ชัยชนะไม่เกิดครับ” นายวุฒิภัทร กล่าว

นอกจากนี้ นายปัญญา เลิศหงิม นายกสมาคมรถตู้โดยสารสาธารณะ กรุงเทพ-ปริมณฑล กล่าวว่า มีปัญหาเหมือนๆ กัน ต้องแบกรับปัญหาหนี้สินต่างๆมากมาย สมาชิกต่างร้องเสียงเดียวกันหมด รถตู้ที่ออมากโดนยึด คืนบ้าง เพราะส่งไม่ไหว ตอนนี้ส่งแต่ดอกเบี้ย เงินต้นยังอยู่ ส่วนข้อเรียกร้องที่เพิ่มเติมเป็นเรื่องค่าตอบแทน 1,070 บาทต่อเดือน ให้เหลือ 500 ให้คิดค่าดอกเบี้ย (เฉพาะเงินต้น) และค่าปรับต่าง ๆ ในอัตราต่ำสุดและเป็นธรรม

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติสรุป สมาพันธ์ฯ สมาคมฯ รถตู้และมินิบัส ทั่วประเทศ รวมพลังบุกกระทรวงคมนาคม ยื่นหนังสือในวันอังคารที่ 14 มีนาคม 2566 เวลา 09.00 น. ขอเชิญพี่น้องสื่อมวลชน ทุกสำนัก ทุกแขนง ร่วมทำข่าวช่วยเป็นกระบอกเสียงช่วยเหลือความเดือดร้อนในครั้งนี้ด้วย

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 638 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน