“อายุตม์” ชูแนวคิด “เหลียวหลังแลไกลสู่อนาคตราชทัณฑ์” พร้อมมอบนโยบายพื้นฐาน 6 เสาหลัก

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 216 ครั้ง

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ ได้ก้าวสู่ความเป็นราชทัณฑ์ยุคใหม่ภายใต้นโยบาย “Next Normal ชีวิตวิถีถัดไป ด้วยการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานในทุกมิติ ทั้งกระบวนการคิด การปฏิบัติ และการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รวมถึงการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งสามารถเร่งการฉีดวัคซีนในผู้ต้องขังจนครบโดส ช่วยลดอัตราผู้ป่วยหนักและอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิผล รวมถึงการลดความแออัดในเรือนจำด้วยการเพิ่มอัตราที่นอนของผู้ต้องขังจาก 1.2 ตารางเมตรต่อคน เป็น 1.6 ตารางเมตรต่อคน ตลอดจนการพัฒนาบุคลากร การแก้ไขปัญหาทุจริตในระบบราชทัณฑ์ อีกทั้งการสร้างโอกาสกลับคืนสู่สังคมของผู้พ้นโทษ โดยมีโครงการที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์จำนวนมาก

นายอายุตม์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 นับเป็นปีที่ 3 ที่ตนได้เป็นผู้นำขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งยังคงมีบางประเด็นที่มีความจำเป็นต้องผลักดันเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงวางแผนกำหนดทิศทางการบริหารงานราชทัณฑ์ ภายใต้แนวคิด เหลียวหลังแลไกลสู่อนาคตราชทัณฑ์ อันจะเป็นฐานรากสำคัญที่จะเอื้อและสนับสนุนการพัฒนากรมราชทัณฑ์ให้ยั่งยืนต่อไปในภายภาคหน้า ซึ่งประกอบด้วย “6 พื้นฐาน หรือ 6 เสาหลักสู่อนาคตราชทัณฑ์ (Key Foundations)” ได้แก่ 1. การขับเคลื่อนโครงการพระราชทานและโครงการอันเกี่ยวเนื่องกับพระบรมวงศานุวงศ์ 2. การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามมาตรฐานสากล 3. การปรับปรุงระบบทัณฑปฏิบัติให้สอดคล้องกับหลักทัณฑวิทยา 4. การสร้างความโปร่งใสโดยยึดหลักคุณธรรมและธรรมาภิบาล 5. การสร้างขวัญกำลังใจบุคลากรเจ้าหน้าที่ และ 6. การส่งต่อผู้พ้นโทษและลดการกระทำผิดซ้ำ

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า กรมราชทัณฑ์ จะมุ่งสู่การปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน สามารถตรวจสอบและประเมินผลได้ รวมถึงมีความโปร่งใสในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นที่ผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่าในห้วงระยะเวลาต่อจากนี้ จะสามารถดำเนินการเพื่อขับเคลื่อน 6 นโยบาย ที่เปรียบเป็น 6 เสาหลัก สู่อนาคตราชทัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิผล อันจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาและเกิดประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานของกรมราชทัณฑ์ในอนาคตได้เป็นอย่างดี

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 216 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน