“บิ๊กหยิม” พร้อมนำทัพทีมฟุตบอลชาย U-23 สู้ศึกซีเกมส์

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 40491 ครั้ง

บิ๊กป้อม นำทีมประชุมบอร์ดโอลิมปิค ประชุมร่วมสมาคมฟุตบอลฯ กำชับเร่งทำทีม U-23 ลุยศึกซีเกมส์ที่กัมพูชา ด้าน บิ๊กหยิม รับลูกพร้อมหารือผู้เกี่ยวข้อง เผยสมาคมฟุตบอลจับไทยลีกขยับตารางแข่งขัน เพื่อเปิดทางทีมชาติชุดใหญ่เตรียมทีมให้พร้อมที่สุด

นายยุทธนา หยิมการุณ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯ เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นประธานในที่ประชุม โดยได้กำชับให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เตรียมความพร้อมเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จสูงสุดในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา

นายยุทธนา กล่าวว่า “ในการนี้ตนต้องขอต้องขอขอบคุณ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ และสภากรรมการ ที่ไว้วางใจมอบหมายภารกิจให้เข้ามาดูแล ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งได้เริ่มงาน หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมแผนเก็บตัวฝึกซ้อมต่างๆ เพื่อให้ทีมชาติชุด U-23 มีความพร้อมมากที่สุด และนำทีมชาติไทยก้าวไปสู่เป้าหมายของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ”

นายยุทธนา กล่าวอีกว่า “วันนี้ ทางสมาคมฯ และบริษัทไทยลีก ได้มีการประชุมเพื่อแจ้งโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ฟุตบอลถ้วย ในช่วงเลกที่ 2 ของฤดูกาล ซึ่งก็จะมีส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมทีมชาติไทยเช่นเดียวกัน

โดยเริ่มที่โปรแกรมของ ฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปเอเชีย หรือ เอเชียนคัพ 2023 รอบสุดท้าย ขยับเลื่อนออกไป จากเดิมจะแข่งขันในช่วงเดือนมิถุนายน 2566 และคาดว่าจะไปแข่งขันในช่วงเดือนมกราคม 2567 ที่ประเทศกาต้าร์ ทำให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ จะมีเวลาเพิ่มมากขึ้นในการเตรียมทีมสำหรับรายการดังกล่าว ซึ่งทาง มาโน โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน เห็นว่า การแข่งขันลีกสามารถดำเนินต่อเนื่องไปได้ในช่วง ฟีฟ่า เดย์ เดือน มีนาคม 2566 เพื่อให้ไม่ต้องมีการหยุดอีกครั้งหลังจากต้องพักไปในช่วงการแข่งขัน เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิคัพ กว่าสองเดือนแล้ว และมาโน จะกลับมาใช้ฟีฟ่าเดย์ ในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคมกับทีมชาติชุดใหญ่แทนที่ตารางเอเชียนคัพเดิม และไทยลีกได้จบลงแล้ว

ทั้งนี้ ฟุตบอลไทยลีก 1 เลก 2 จะเปิดวันที่ 21-22 มกราคม 2566 และปิดฤดูกาล 22 เมษายน 2566 (จากเดิมจะจบเดือนพฤษภาคม 2566)

โดย จะมีการกระชับโปรแกรมไทยลีก โดยใช้ช่วงฟีฟ่าเดย์ จำนวน 3 นัด ดังนี้  เพิ่มเกมกลางสัปดาห์ 2 นัด คือ วันที่ 14-16 มีนาคม 2566 และวันที่ 28-30 มีนาคม 2566 ทำให้ฟุตบอลไทยลีก จบฤดูกาลในวันที่ 22 เมษายน 2566 ซึ่งจบก่อนที่การแข่งขันกีฬาซีเกมส์จะเริ่มขึ้น ระหว่างวันที่ 28 เมษายน ถึง 16 พฤษภาคม 2565

ขณะที่ ฟุตบอลไทยลีก 2 จะขยับมาปิดฤดูกาลในวันที่ 9 เมษายน 2566 และมีการเตะเพลย์ออฟ เพื่อชิงสิทธิ์เลื่อนชั้น โดยรองรองชนะเลิศ จะเตะในวันที่ 15-16 เมษายน และ 22-23 เมษายน 2566 ส่วนรอบชิงชนะเลิศ สองนัดจะเตะกันวันที่ 20 และ 27 พฤษภาคม

ฟุตบอลถ้วย รอบชิงชนะเลิศ ของ รีโว่ คัพ และ ช้าง เอฟเอ คัพ จะแข่งขันในวันที่ 21 และ พฤษภาคม 2566

ดังนั้น หมายความว่า ฟุตบอลลีกอาชีพ และฟุตบอลถ้วยทั้งสองรายการ จะสอดคล้องและลงตัวกับการแข่งขันของทีมชาติ โดยเฉพาะอายุไม่เกิน 23 ปี ไม่มีการทับกับโปรแกรมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ระหว่างวันที่ 28 เมษายน ถึง 16 พฤษภาคม 2566 ที่ประเทศกัมพูชาอีกด้วย และฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ก็จะมีการแข่งขันอุ่นเครื่องหลังจากฟุตบอลลีกจบลงแล้วเท่านั้นในปีหน้า

“สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็ต้องขอขอบคุณทุกสโมสรสมาชิกที่พร้อมจะสนับสนุนนักกีฬา สำหรับการเตรียมทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และเข้าร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ในครั้งนี้ เราจะพยายามเตรียมทีมให้ดีที่สุด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ทุกคนคาดหวังไว้” อุปนายก สมาคมฟุตบอลฯ กล่าว

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 40491 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

แสดง
ซ่อน