“อลงกรณ์” เตือน “ไพศาล” อย่าบั่นทอนมิตรภาพไทย-จีน โยงส่งออกทุเรียนไทย-นาโต้

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 305 ครั้ง

อลงกรณ์เตือน ไพศาล อย่าบั่นทอนมิตรภาพไทย-จีน กรณีโยงการส่งออกทุเรียนไทยกับนาโต้ ชี้เป็นปัญหาโควิดไม่ใช่การเมืองระหว่างประเทศ ยืนยันสัมพันธ์ไทย-จีนแนบแน่นนำเข้าผลไม้ไทยอันดับ 1 จนครองมาร์เก็ตแชร์ตลาดผลไม้จีนกว่า 40% ทิ้งห่างชิลีและเวียดนามหลายเท่าตัว

กรณีนายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ เขียนเฟสบุ๊คเรื่อง การส่งออกผลไม้ไทยนับล้านตันไปจีนส่อเดี้ยงโดยโยงเรื่องการเมืองระหว่างประเทศกรณีนาโต้ทำให้จีนกีดกันทุเรียนไทยนั้น

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เขียนเฟสบุ๊คส่วนตัววันนี้ว่า ข้อเขียนของนายไพศาลที่โยงการเมืองระหว่างประเทศเรื่องนาโต้กับไทยเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้จีนกีดกันการส่งออกทุเรียนไทยนั้น ไม่เป็นความจริง และเป็นประเด็นที่จะส่งผลร้ายผลลบกระทบความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างจีนกับไทย เพราะคุณไพศาลพยายามทำให้คนไทยเชื่อว่าจีนกีดกันหรือกลั่นแกล้งการส่งออกทุเรียนและผลไม้ไทย ซึ่งจะก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีระหว่างประขาชนของ 2 ประเทศ

“เรื่องด่านจีนและการขนส่งเป็นปัญหาโควิดไม่ใช่ปัญหานาโต้ และมาตรการซีโร่โควิดของจีนใช้กับทุกเมืองทุกมณฑลในประเทศจีน และทุกด่านทั้งทางบกทางน้ำทางอากาศรอบประเทศจีน ไม่ใช่เฉพาะด่านลาวด่านเวียดนามที่ไทยต้องขนส่งผลไม้ผ่านด่านเหล่านั้น ทุกประเทศกระทบหมดทั้งพม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา ทั้งสมาชิกนาโต้และไม่ใช่นาโต้ ไม่มีประเทศใดได้สิทธิพิเศษ ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนเวียดนามที่มีโควิดแพร่ระบาดมากขึ้นในช่วงนี้ ทางจีนก็ออกมาตรการเพิ่มจากเดิมที่ด่านจีน-เวียดนามเพื่อป้องกันโควิด”

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ข้อพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนกับไทยโดยเฉพาะด้านการค้าและการส่งออกผลไม้รวมถึงทุเรียนไทย คือในปี 2564 จีนซื้อผลไม้ไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมากว่าแสนล้านบาท และคนจีนนิยมผลไม้ไทยมากกว่าทุกประเทศในโลก ทำให้ไทยเป็นแชมป์ส่งออกทุเรียนและผลไม้ไปจีนได้มากที่สุดกว่าทุกประเทศสามารถครองส่วนแบ่งตลาดหรือมาร์เก็ตแชร์ในตลาดจีนได้กว่า 40% อันดับ 2 คือชิลี 10% เศษ และอันดับ 3 เวียดนาม 6% ถ้าโควิดไม่ระบาดหนักเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา การส่งออกผลไม้ไทยไปจีนจะขยายตัวมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ยิ่งกว่านั้นเมื่อปลายปี 2564 ทั้ง 2 ประเทศ โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรและรัฐมนตรี GACC ของจีนได้ลงนามในพิธีสารเปิดด่านผลไม้เพิ่มอีกเป็น 16 ด่านมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จากเดิมที่มีเพียง 6 ด่าน

ข้อมูลเช่นนี้ตรงข้ามกับที่ คุณไพศาล บอกว่า จีนไม่พอใจไทยหรือกลั่นแกล้งไทยเพราะปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ

“คุณไพศาลมีสิทธิ์วิจารณ์ทุกเรื่องแต่ต้องแม่นยำตรวจสอบข้อมูลให้ชัดแจ้ง โดยเฉพาะประเด็นที่จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีน รวมทั้งข้อมูลเรื่องระบบโลจิสติกส์ผลไม้ทั้งทางบกทางน้ำก็ให้ข้อมูลผิดๆ เช่น สถานีรถไฟดังดงของเวียดนามอยู่ห่างด่านรถไฟผิงเสียงเพียง 17 กิโลเมตร ไม่ใช่อยู่กลางประเทศเวียดนามห่างไกลพรมแดนกว่างสีตามที่คุณไพศาลบอก

ส่วนการขนส่งทางรถไฟสายใหม่จีน-ลาว นั้น ประเทศไทยเริ่มขนส่งข้าวเหนียว 20 ตู้คอนเทนเนอร์ ไปมหานครฉงฉิ่ง เมื่อ 27 มกราคมที่ผ่านมา ไม่ใช่ขนส่งไม่ได้ตามข้อเขียนของคุณไพศาล และการขนส่งทางรถไฟสายใหม่นี้ จะสามารถบรรทุกผลไม้ตามพิธีสารที่เพิ่งลงนามได้ทันทีที่ด่านตรวจพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่านเสร็จ และด่านนี้อยู่ห่างจากสถานีเวียงจันทน์กว่า 400 กิโลเมตร ไม่ใช่ 100 กิโลเมตร ตามที่คุณไพศาลเขียน ก็ขอให้คุณไพศาลทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ต่อไป ภายหน้าจะได้นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป”

นายอลงกรณ์ กล่าวในตอนท้ายว่า รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือความร่วมมือกับจีนอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ในประเด็นใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพและแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ในฤดูกาลผลิตปีนี้ ซึ่งจะยังได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 ของจีน เช่น

1) ขอให้ล้งไทยที่ผ่านกระบวนการอบรมหลักสูตร “ล้งปลอดโควิด-19” มี GMP Plus รับรอง ซึ่งอบรมไปแล้วกว่า 400 แห่ง สามารถผ่านด่านจีนได้โดยไม่ต้องเปิดทุกตู้

2) การขนส่งบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาว โดยการปิดตู้ที่ประเทศลาว และ ส่งไปคุนหมิง โดยไม่ต้องแวะตรวจที่ด่านโมฮ่าน เพื่อให้สามารถส่งทุเรียนและผลไม้เศรษฐกิจอื่นๆ หรือเร่งเปิดด่านตรวจพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่านให้เร็วที่สุด

3) เสนอให้มีการประชุมหารือกับประเทศจีน ลาวและเวียดนามเพื่อตกลงมาตรการร่วมกันเรื่อง protocol ในการเปิด-ปิดด่านชายแดนต่าง ๆ

4) เสนอให้ด่านมี Green Lane สำหรับผลไม้ไทยเป็นการเฉพาะ

ในส่วนของฟรุ้ทบอร์ด ได้ร่วมกับ ภาคเอกชน และเกษตรกร ออก 18 มาตรการ ตั้งแต่ปีที่แล้วรวมทั้งมาตรการกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ พร้อมกับแนะนำผู้ส่งออกให้เตรียมพร้อมรับมือกรณีมีปัญหาด่านทางบกให้เตรียมการล่วงหน้าในการขนส่งทางเรือรวมทั้งการขนส่งทางอากาศสำหรับผลไม้เกรดพรีเมี่ยมตลอดจนการกระจายสินค้าไปยังตลาดอื่นๆ และการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศรวมทั้งการแปรรูปสร้างค่าเพิ่ม

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 305 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

แสดง
ซ่อน