ส.ส.เมืองคอน เสนอรัฐเยียวยาชาวสวนมังคุดภาคใต้ หลังราคาตกต่ำ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 333 ครั้ง

“ฟรุ้ทบอร์ด” ขานรับพร้อมพิจารณาก่อนเสนอ “จุรินทร์-เฉลิมชัย” เคาะเข้าครม. พร้อมคิกออฟโครงการใหม่ “เกษตรแฮปปี้” ช่วยชาวสวนผลไม้ฝ่าวิกฤติโควิด-19 “อลงกรณ์” เผยสถานการณ์ราคามังคุดมีแนวโน้มดีขึ้น หลังฟื้นระบบขนส่งและไปรษณีย์ ขณะที่ล้งในนครศรีธรรมราชเพิ่มขึ้น 146 แห่ง เริ่มรับซื้อมังคุดทำให้ตลาดเริ่มคึกคัก

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.64 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยว่า ตามที่ส.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดนครศรีธรรมราช เสนอให้รัฐบาลเยียวยาชาวสวนมังคุดที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ราคาตกต่ำในฤดูกาลผลิตปี 2564 ระหว่างการประชุมที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน และมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และตนร่วมประชุม พร้อมด้วยตัวแทนภาครัฐภาคเอกชนและภาคเกษตรกร เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยตนได้ชี้แจงว่าคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ทบอร์ด-Fruit Board) ยินดีรับข้อเสนอไปพิจารณา โดยระหว่างนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการของฟรุ้ทบอร์ด (กรมส่งเสริมการเกษตร) ศึกษาและรวบรวมข้อมูล ตลอดจนมาตรการเยียวยา โดยให้ยึดแนวทางการเยียวยาชาวสวนลำไยฤดูกาลผลิตปี 2563 จากนั้นให้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการฯ ในครั้งต่อไปโดยเร็ว จากนั้นจะเสนอต่อ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

นอกจากนี้ นายอลงกรณ์ ยังกล่าวต่อไปว่า จากการที่ตนลงพื้นที่เพื่อติดตามเร่งรัดการแก้ไขปัญหามังคุดและผลไม้ภาคใต้ 3 จังหวัด (ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช) ตามข้อสั่งการของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้ 7 มาตรการเพิ่มเติม ล่าสุดของฟรุ้ทบอร์ดระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคม ร่วมกับนายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะมังคุดมีราคาตกต่ำพบว่าระบบการขนส่งผลไม้แบบบริการส่งถึงที่รวมทั้งระบบการค้าออนไลน์เกือบเป็นอัมพาต โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้ามังคุดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ เพราะผู้ให้บริการรายใหญ่ เช่น บริษัทไปรษณีย์ไทย บริษัทเคอร์รี่ เป็นต้น ได้หยุดให้บริการโดยสิ้นเชิง

ตนจึงได้ประสานขอความร่วมมือไปยัง ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายพงษ์ทร วิเศษสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ในวันที่ 28 กรกฎาคม และภายใน 24 ชั่วโมง บริษัทไปรษณีย์ไทย ได้เปิดให้บริการเป็นกรณีพิเศษเร่งด่วนอีกครั้งพร้อมกัน 105 สาขา ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม เป็นต้นไป ทำให้ระบบการขนส่งระบบไปรษณีย์ และการค้าออนไลน์กลับมาเปิดบริการอีกครั้งหนึ่ง และวันนี้ได้ประสานกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย ให้พร้อมนำส่งผู้รับปลายทางที่อยู่ในพื้นที่สีแดงทุกพื้นที่ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าจะเร่งกำชับไปรษณีย์ทุกสาขาให้ดำเนินการตามข้อเสนอและการจัดส่งอาจช้าไป 1 วัน เพราะต้องใช้สาขาปลายทางที่อยู่นอกพื้นที่สีแดงผลัดเวรกันส่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้พนักงานของสาขาในพื้นที่สีแดงติดโควิด โดยไปรษณีย์ไทยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อช่วยชาวสวน ซึ่งตนได้ขอบคุณบริษัทไปรษณีย์ไทย และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิตอลฯ ที่ให้ความร่วมมือกับฟรุ้ทบอร์ดด้วยดีตลอดมา เพราะระบบขนส่งเป็นกลไกสำคัญในการค้าขายและระบายผลไม้ออกจากแหล่งผลิตทั้งการค้าแบบออฟไลน์และออนไลน์

นอกจากนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ขอความร่วมมือไปยัง บริษัท เคอรรี่ ตกลงที่จะเปิดบริการอีกครั้งเช่นกัน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามประสานงานกับรัฐมนตรีเกษตรฯ อย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใยต่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ฟรุ้ทบอร์ดได้คิกออฟโครงการ “เกษตรกรแฮปปี้” โดยรณรงค์ภายใต้กลยุทธ์เพิ่มการขายภายในประเทศทดแทนการส่งออกซึ่งเป็น 1 ใน 7 มาตรการใหม่ของฟรุ้ทบอร์ดตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และขอความร่วมมือพี่น้องชาวไทยทุกคนรวมทั้งชาวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยช่วยกันสร้างรอยยิ้มให้กับเกษตรกรด้วยการซื้อผลไม้ไทย “ช่วงนี้ต้องเร่งช่วยระบายมังคุดคละที่สดอร่อยพร้อมจำหน่ายสู่ผู้บริโภคภายในประเทศทั้งรูปแบบการขายออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งมีปริมาณมากและราคายังไม่น่าพอใจแม้แนวโน้มราคาเริ่มปรับตัวดีขึ้นจึงได้ออกแคมเปญเกษตรกรแฮปปี้โดยทันทีวันนี้”

ส่วนการแก้ไขปัญหาอื่นๆ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ และดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และปัญหาการขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งการขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าผลไม้ (ล้ง) ทั้งค้าภายในและส่งออก ให้ลงมาซื้อมังคุดด้วยมาตรการที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ทำให้สถานการณ์เริ่มกระเตื้องขึ้น โดยล่าสุดนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานว่า มีล้งเข้ามาซื้อขายมังคุดและผลไม้เพิ่มขึ้นจาก 40 กว่าล้ง เป็น 146 ล้ง นอกจากนี้สมาคมผู้ส่งออกทุเรียน มังคุด แจ้งว่าสามารถจองตู้คอนเทนเนอร์ที่จะส่งออกผลไม้ทางเรือได้แล้วตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม ซึ่งจะทำให้ลดการขนส่งทางรถไปประเทศจีนที่แออัดติดขัดที่ด่านโหยวอี้กวนและด่านโมฮ่านมีผลทำให้ตู้คอนเทนเนอร์หมุนกลับมาภาคใต้ไม่ทัน เชื่อว่าตู้คอนเทนเนอร์จะทยอยกลับมาขนมังคุดได้มากขึ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า จะทำให้การซื้อขายเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อราคาที่จะขยับตัวสูงขึ้น

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในที่ประชุมว่า จากการรับฟังปัญหาอุปสรรคและการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ ส่วนใหญ่ปัญหาหลัก ๆ ที่พบมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมเชื้อโรคของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกมังคุดและผลไม้อื่น ๆ ของไทย ที่เกิดจากปัญหาการขนส่งล่าช้า การขาดแคลนตู้คอนเทรนเนอร์และตะกร้าใส่ผลไม้ รวมทั้งปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าพื้นที่ที่ทำได้ยาก การขาดแคลนแรงงาน และตะกร้ามีไม่พอเช่นกัน ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้เร็วขึ้นในส่วนของกระทรวงพาณิชย์มีแนวทางมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยกระจายมังคุดในประเทศช่วงที่การส่งออกมีปัญหาดังนี้

  1. เชื่อมโยงและกระจายมังคุดออกนอกแหล่งผลิตโดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการแก่ศูนย์กระจายในจังหวัดแหล่งผลิตกิโลกรัมละ 3 บาท ซึ่งกรมการค้าภายในโอนเงินให้จังหวัดดำเนินการจำนวน 50,850,000 บาท ตามที่ฟรุ้มบอร์ดอนุมัติ เพื่อกระจายมังคุดจำนวน 16,950 ตัน ออกนอกแหล่งผลิตอย่างเร่งด่วน
  2. สนับสนุนค่าขนส่งสำหรับผลไม้ที่ส่งผ่านไปรษณีย์กรมการค้าภายในร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทยสนับสนุนกล่องไปรษณีย์และสติกเกอร์ส่งฟรีผลไม้ทั่วประเทศส่งเสริมการขายผ่านออนไลน์แก่เกษตรกรรายย่อยจำนวน 20,000 กล่องกล่องละ 10 กิโลกรัมเพื่อช่วยกระจายผลไม้ 2000 ตันโดยได้จัดส่งกล่องพร้อมสติกเกอร์ให้จังหวัดต่างๆ แล้ว
  3. เชื่อมโยงผู้รับซื้อของกรมการค้าภายในให้ช่วยเร่งระบายมังคุดเกรดรองหรือตกเกรดออกจากแหล่งผลิตโดยเร่งด่วนกรณีเกิดปัญหาระบายมังคุดไม่ทันในบางพื้นที่

ภายหลังการประชุมที่ศาลากลางจังหวัดรมช.สินิตย์ เลิศไกร นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตร ส.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตร และนายวิเชียร สุขพันธุ์ รอง ผอ.blue house พรรคประชาธิปัตย์ และชาวสวนมังคุด ได้ร่วมกันเปิดบริการส่งมังคุด ณ สำนักงานไปรษณีย์ไทย สาขาพรหมคีรี ก่อนเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์รับซื้อมังคุดชนิดคละกิโลกรัมละ 20 บาท ที่อำเภอพรหมคีรี ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการล้ง เกษตรกรในพื้นที่และศูนย์บลูเฮ้าส์ พรรคประชาธิปัตย์ ในการนำล้งมาซื้อตรงจากเกษตรกรด้วยราคานำตลาด โดยจะให้ขยายโมเดลนี้ในจังหวัดอื่นๆ ด้วย จากนั้นคณะได้ไปเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่ และศูนย์กระจายสินค้า บริษัท ไปรษณีย์ไทย อำเภอลานสกา

สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ปลูกมังคุดทั้งหมด 96,159 ไร่ กระจายอยู่ใน 21 อำเภอ มีพื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้ว 90,016 ไร่ ปี 2564 นี้ คาดว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 57,245 ตัน

ก่อนหน้านี้ในวันที่ 28 ก.ค. นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ และนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯได้ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดชุมพร โดยมีนายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา สมาชิกวุฒิสภา นายสราวุธ อ่อนละมัย และนายสุพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร นายวีรวัฒน์ จีรวงศ์ นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดชุมพร นายสมพงษ์ จินาบุญ ประธานเครือข่ายมังคุดคุณภาพจังหวัดชุมพร นายภานุวัชร์ ไหมแก้ว นายกสมาคมผู้ส่งออกมังคุด ทุเรียน จันทบุรี-ชุมพร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชนและผู้ประกอบการ ให้การต้อนรับ พร้อมร่วมลงพื้นที่ตลาดกระจายสินค้าเกษตร ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ติดตามสถานการณ์ผลไม้ในพื้นที่ และประชุมหารือกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมังคุด ตลอดจนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อนำผลผลิตออกสู่ตลาด

ทั้งนี้จังหวัดชุมพร มีปริมาณผลผลิตรวม 51,587 ตัน ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2564 จะปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดกว่า 26,985 ตัน จนถึง ปลายเดือนสิงหาคม 2564 ปริมาณ 16,141 ตัน และราคาผลผลิตมังคุด ตลาดทั่วไปกิโลกรัมละ 8 – 10 บาท ราคา หน้าล้ง 33 บาท (รับซื้อเฉพาะลูกค้าประจำ) ตลาดประมูลจากกลุ่มผลิตมังคุดคุณภาพในพื้นที่จังหวัดชุมพร จำนวน 26 กลุ่ม เปิดประมูลผลผลิตมังคุด เพียง 11 กลุ่ม ในพื้นที่ อำเภอหลังสวน พะโต๊ะ ละแม ราคาผลผลิตมังคุดตลาดประมูล 12 – 33 บาท (เฉลี่ยทุกเบอร์ ราคา 16.77 บาท) ปริมาณผลผลิตที่คาดว่าจะมีปัญหา 30,735 ตัน

จากนั้นทางคณะได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานีส่วนราชการ นายสุพจน์ เพชรศรี ผู้อำนวยการศูนย์ชั่งตวงวัดภาคใต้ นางกัลยารัตน์ เทพเลื่อน ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี นายสุขสันต์ ภู่วัฒนา ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร นางพูลสิน เพชรสวัสดิ์ ผู้แทนเกษตรกรแปลงใหญ่มังคุด และนายสุวิทย์ คงปาน ผู้ประธานเกษตรกรแปลงใหญ่เงาะ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการรวบรวมผลไม้ (ล้ง) และเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในพื้นที่ ให้การต้อนรับ และร่วมหารือในการแก้ไขปัญหาการกระจายผลไม้ ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ และการเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายผลผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงาะ ที่กำลังออกสู่ตลาดในขณะนี้ พร้อมทั้งลงพื้นที่ตลาดสหกรณ์การเกษตร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุเรียนมีปริมาณผลผลิต 46,957 ตัน เก็บเกี่ยวแล้วร้อยละ 50 ราคากิโลกรัมละ 110 บาท มังคุดมีปริมาณผลผลิต 7,294 ตัน เก็บเกี่ยวแล้วร้อยละ 50 ราคากิโลกรัมละ 23 บาท เงาะมีปริมาณผลผลิต 38,936 ตัน เก็บเกี่ยวแล้วร้อยละ 32 ราคากิโลกรัมละ 25 บาท ลองกองมีปริมาณผลผลิต 4,842 ตัน เริ่มเก็บเกี่ยวไปเพียงร้อยละ 0.66 ราคากิโลกรัมละ 50 บาท

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 333 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน