มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 56 ครั้ง
ดร.ศิริโรจน์ แห่ง CSMJ ชี้ “EU Greenwashing” ผู้ส่งออกไทยต้องเปลี่ยนวิธีขาย จาก “คำโฆษณา” สู่ “หลักฐาน” มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายได้
ดร.ศิริโรจน์ โรจน์วรพร Partner แห่ง CSMJ International Law Firm สำนักงานกฎหมายชั้นนำระดับสากล ออกมาเตือนผู้ส่งออกไทยให้เร่งตรวจทุก Environmental Claim หากต้องการรักษาตลาด EU คำว่า Green-Eco-Sustainable-Carbon Neutral อาจนำมาซึ่งความเสี่ยง หากไม่สามารถพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างได้
ดร.ศิริโรจน์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ตลาดส่งออกไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลัง Directive (EU) 2024/825 หรือ Empowering Consumers for the Green Transition Directive (EmpCo) เริ่มมีผลใช้บังคับในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2569 โดยมองว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นเพียงกฎควบคุมการโฆษณาของผู้ประกอบการยุโรป แต่เป็นสัญญาณสำคัญที่ผู้ส่งออกไทยซึ่งทำตลาดใน EU ต้องนำมาพิจารณาในแผนธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดด้วย”
ดร.ศิริโรจน์ ยังเน้นย้ำอีกว่า สำหรับผู้ผลิตไทยแบบ OEM/ODM ต้องเตรียมตัวรับคำถามจากแบรนด์ยุโรปด้วย แม้ผู้ส่งออกไทยจะไม่ได้เป็นผู้ทำตลาดภายใต้แบรนด์ของตนเอง แต่ EU Brand หรือ Distributor อาจเรียกร้องข้อมูลจากโรงงานไทยมากขึ้น เช่น พลังงาน • Renewable Energy • GHG Emissions • Recycled Content • Materials • Water • Waste • Durability • Repairability • Certification จึงควรปรับสัญญา OEM/ODM ให้ชัดเจนเรื่อง ผู้รับผิดชอบข้อมูล สิทธิในการตรวจสอบ ความถูกต้องของข้อมูล การเก็บหลักฐาน การแจ้งเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต และความรับผิดหากข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมไม่ถูกต้อง
สิ่งที่ผู้ส่งออกไทยควรทำ “ทันที” คือ
1. AUDIT – ตรวจสอบข้อความ ภาพ สัญลักษณ์ และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมดที่ปรากฏบนสินค้า บรรจุภัณฑ์ เว็บไซต์ Marketplace และช่องทาง Social Media โดยเฉพาะคำอย่าง Green, Eco, Sustainable, Carbon Neutral
2. SUBSTANTIATE – จัดเตรียมหลักฐานรองรับข้อกล่าวอ้างแต่ละรายการ พร้อมระบุแหล่งข้อมูล วิธีการวัด และหลักเกณฑ์ที่ใช้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
3. BE SPECIFIC – หลีกเลี่ยงข้อความที่มีความหมายกว้างและอาจตีความได้หลายทาง โดยหันมาใช้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงและวัดผลได้ เช่น การระบุว่าสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์อยู่ที่เท่าใด โดยต้องมีข้อมูลรองรับจริง
4. VERIFY – ตรวจสอบใบรับรองและมาตรฐานที่นำมาอ้างอิงว่าออกโดยหน่วยงานใด ครอบคลุมสินค้า กระบวนการ หรือช่วงเวลาใด และยังมีผลใช้บังคับอยู่หรือไม่
5. CONTRACT – ทบทวนสัญญากับ EU Brand, Distributor, Supplier และ OEM/ODM ให้ครอบคลุม Environmental Data และความรับผิดทางกฎหมาย
สาระสำคัญที่ ดร.ศิริโรจน์ ฝากถึงผู้ประกอบการไทย คือ ธุรกิจที่ต้องการรักษาหรือขยายตลาด EU การเตรียมระบบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทางจึงอาจมีความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาสินค้า เพราะในตลาดที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความสามารถในการพิสูจน์ Environmental Claim อาจกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของความพร้อมในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย
มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 56 ครั้ง



