มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 110 ครั้ง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (22 ส.ค.69) นายกรุง สุรเวชสุนทร นายกสมาคมร้านขายยา จัดประชุมใหญ่เกี่ยวกับโครงการและนโยบายที่ผ่านมา ณ สมาคมร้านขายยา เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ประเด็นสำคัญคือ 18,000 แห่ง ของร้านยาชุมชนต้องเผชิญ วิกฤต GP ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือการล่มสลายของ “ระบบสาธารณสุขด่านแรก”

สมาคมร้านขายยา มองวิกฤติ ร้านยารายย่อยกว่า 18,000 แห่ง ไม่ใช่แค่เรื่องของ “พ่อค้าแม่ค้าสู้ทุนใหญ่ไม่ได้” แต่กำลังสะท้อน “รอยแผลเป็นเชิงโครงสร้าง” ที่แฝงอยู่ในระบบสุขภาพไทย เพราะทันทีที่ร้านยาสายปานกลาง-เล็กต้องถอนตัวจากระบบ สิ่งที่จะหายไปพร้อมกันไม่ใช่แค่หน้าร้าน แต่คือ “ตัวคัดกรองผู้ป่วย” (Triage System) ก่อนถึงโรงพยาบาล
สื่อส่วนใหญ่มอง Pharmacy Hub เป็นเพียงเรื่องของการแชร์ค่าตัวเภสัชกร หรือการรวมกลุ่มสั่งซื้อยาเพื่อเอาส่วนลด (Group Purchasing) แต่ในเชิงลึก โมเดลนี้คือการ “รีรันโครงสร้างสาธารณสุขชุมชน (Health Infrastructure Redesign)” ที่สู้กับทุนใหญ่ด้วยกลไก ในมิติที่ไม่เคยมีใครพูดถึง

Pharmacy Hub ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ขายยา แต่เปลี่ยนให้ร้านยารายย่อยกลายเป็น “จุดรับบริการสาธารณสุขทางไกล” (Health Touchpoint) ในระบบ Tele pharmacy ที่มีเภสัชกรเชี่ยวชาญเฉพาะทางประจำอยู่ที่ Hub สั่งการลงมา ทำให้ร้านยาเล็ก ๆ ในซอยลึก มีศักยภาพในการจ่ายยาและดูแลโรคเรื้อรัง (NCDs) ได้เทียบเท่าร้านยาในห้างสรรพสินค้า
ปัญหาใหญ่ของร้านยาเล็กที่ต้องเข้าร่วมออนไลน์คือค่า GP และอีกหนึ่งข้อเสียคือการ แนะนำจากเภสัชกร การเช็คอาการเบื้องต้น ก่อนการได้รับการรักษา หากเข้าสู่ระบบออนไลน์แล้ว แน่นอนคือต้องเกี่ยวช้องกับ AI ทางสมาคมจึงอยากให้มีเภสัชกรคอยให้คำแนะนำ และมีผู้ช่วยคอยหยิบยา เพื่อป้องกันการสวมเป็นร้านยา

หากหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง อย. หรือกระทรวงสาธารณสุข ยังคงมองเรื่องนี้ด้วยข้อบังคับแบบเดิม (เช่น ยึดติดว่าต้องมีเภสัชกรนั่งเฝ้าหน้าร้านตลอดเวลาโดยไม่เปิดช่องให้ระบบ Shared/Telepharmacy ทำงานได้อย่างสมบูรณ์) ผลลัพธ์สุดท้ายจะตกอยู่กับประชาชน จะเกิด “ทะเลยาไร้ควบคุม” (Unregulated Drug Zone) เมื่อร้านยามาตรฐานปิดตัวลง ยานอกระบบหรือยาชุดจะระบาดเข้ามาแทนที่ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่มียกเว้น
โรงพยาบาลรัฐแอดมิดทะลักของผู้ป่วยโรคทั่วไปที่เคยพึ่งพาการคัดกรองและซื้อยาสามัญจากร้านยา จะทะลักกลับเข้าไปแออัดในแผนกโอพีดี (OPD) ของโรงพยาบาลรัฐ ส่งผลให้งบประมาณบัตรทองต้องแบกรับภาระหนักขึ้นอีกหลายเท่าตัว
การดันโมเดล Pharmacy Hub จึงไม่ใช่แค่การอุ้มผู้ประกอบการรายย่อย แต่คือ “การผ่าตัดใหญ่เพื่อรักษาด่านหน้าของระบบสาธารณสุขไทย” ก่อนที่ทุนใหญ่และแพลตฟอร์มออนไลน์จะผูกขาดช่องทางการเข้าถึงยาของคนทั้งประเทศอย่างสมบูรณ์

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 110 ครั้ง



