มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 40 ครั้ง
ครบ 10 ปี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ คดีเข้ากว่า 2 หมื่น ตัดสินเสร็จเกินครึ่ง 1.3 หมื่น พร้อมยืนหยัดหลักนิติธรรม ปราบคอร์รัปชันเชิงรุกเพื่อประชาชน

วันนี้ (11 ส.ค.69) นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงวาระครบรอบ 10 ปี การจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในปี 2569 นี้ว่า ประเทศไทยจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ครั้งแรกเมื่อปี 2559 โดยมีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเปิดทำการเป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 ยกฐานะมาจากแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในศาลอาญา
ปัจจุบันมีศาลอาญาคดีทุจริตฯ ทั้งสิ้น 10 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ศาล อท.กลาง) และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1-ภาค 9 โดยมีภารกิจหลักในการพิจารณาพิพากษาคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตหรือใช้อำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่รัฐทุจริตหรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ การฟอกเงินหรือความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการทุจริต การให้ รับ เรียกรับสินบน หรือใช้อิทธิพลบังคับเจ้าหน้าที่รัฐให้กระทำผิด การจงใจไม่ยื่นหรือยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ คดีขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ แต่ไม่รวมคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งผู้ที่มีอำนาจฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ คือหน่วยงานรัฐ ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้เสียหายสามารถเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองได้
โดยตั้งแต่เปิดทำการจนถึงเดือน เม.ย. 2569 มีคดีเข้าสู่การพิจารณาในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทั้ง 10 แห่ง รวมจำนวน 21,781 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 13,181 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณา 8,600 คดี ขณะที่ข้อหาฟ้องสูงสุดในรอบ 10 ปีนั้น ส่วนแพ่ง ได้แก่ คำร้องขอให้ยึดทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน และร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนอาญา ได้แก่ ข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยทุจริต ประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 157, เจ้าพนักงานเบียดเบียนทรัพย์นั้นเป็นของตน (ป.อ.ม.147), เจ้าพนักงานใช้ตำแหน่งโดยทุจริต (ป.อ.ม.151), ความผิดเกี่ยวกับการปลอมเอกสารและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จและปลอมเอกสาร (ป.อ.ม.161-162) และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ด้าน นายธนรัตน์ ทั่งทอง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กล่าวว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2559 ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่งในกระบวนการยุติธรรมไทยช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และผลงานที่ชัดเจนที่สุดคือการเปลี่ยนผ่านการพิจารณาคดีจากระบบกล่าวหา สู่ “ระบบไต่สวน” อย่างเต็มรูปแบบ ที่ผู้พิพากษามีอำนาจเชิงรุกในการแสวงหาข้อเท็จจริงด้วยตนเองเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของจำเลย และมีมาตรการจัดการกับผู้หลบหนีอย่างเข้มงวด เช่น การไม่นับระยะเวลาหลบหนีเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ การสืบพยานลับหลังผู้ที่หลบหนี การปรับเปลี่ยนนี้ช่วยให้คดีคอรัปชั่นที่ซับซ้อน คลี่คลายได้เร็วขึ้นเป็นการลดช่องว่างไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้เทคนิคทางกฎหมายประวิงเวลาได้อีกต่อไป นอกจากนี้ศาลยังสร้างบรรทัดฐานใหม่ผ่านการตัดสินคดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคดีทุจริตในโครงการรัฐขนาดใหญ่ คดีเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน คดีเลี่ยงภาษี คดีพระสังฆาธิการกระทำความผิด คดีรุกป่าของนักการเมือง การลงโทษอย่างเด็ดขาดได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนต่อสังคมว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
โดยนับตั้งแต่วันเปิดทำการ 1 ต.ค. 2559 – 30 มิ.ย. 2569 นี้ มีคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของศาล อท.กลาง รวมทั้งสิ้น 2,699 คดี เป็นคดีที่พนักงานอัยการและคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ฟ้อง 1,052 คดี คดีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องเอง 1,647 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 2,607 คดี (คิดเป็นร้อยละ 96.59) คดีคงค้างเพียง 92 คดี (คิดเป็นร้อยละ 3.41) ซึ่งทั้งหมดเป็นคดีค้างไม่เกิน 1 ปี นอกจากการปราบปรามการทุจริตแล้วศาลยังมุ่งมั่นยกระดับหลักประกันสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของประชาชนด้วย โดยศาลเป็นกลไกหลักในการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และได้พิจารณาคดีประวัติศาสตร์กระทั่งลงโทษจำเลยที่ทำการซ้อมทรมานผู้ใต้บังคับบัญชาจนเสียชีวิต ซึ่งกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ รวมถึงกรณีผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารด้วย นี่คือพัฒนาการเชิงโครงสร้างที่ยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ศาล ยังนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและคู่ความอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพเพื่อสืบพยาน การใช้กำไล EM ติดตามตัวผู้ต้องหา/จำเลย ระบบติดตามสถานะคดีตลอด 24 ชั่วโมง ระบบสืบค้นคำพิพากษาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลหมายจับกับหน่วยงานราชการเพื่อป้องกันการจับกุมซ้ำซ้อน
“ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นในการอำนวยความยุติธรรม ยืนหยัดบนหลักนิติธรรม ความเป็นอิสระของตุลาการ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนควบคู่กับการสร้างบรรทัดฐานสำคัญในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ อันเป็นรากฐานของสังคมที่โปร่งใส เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ” นายธนรัตน์ กล่าวย้ำ


มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 40 ครั้ง



