มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 84 ครั้ง
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดโครงการประชันทักษะการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน (Djop Top One) หวังปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน พร้อมพัฒนา และต่อยอดอาชีพสุจริตในอนาคต

วันนี้ (10 มี.ค.69) เวลา 09.00 น. นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นประธานเปิดโครงการ “ประชันทักษะการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน (Djop Top One)” โดยมี นางนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวรายงาน และมี นางสุจิตรา แก้วไกร รองอธิบดีกรมพินิจฯ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ผู้ฝึกฝนจำนวน 122 คน รวมถึงเด็กและเยาวชน 108 คน เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมเป็นเกียรติในพิธีปิดโครงการฯ พร้อมให้โอวาทและกำลังใจ ตลอดจนมอบรางวัลให้แก่เยาวชนที่ร่วมแข่งขัน ณ ห้อง Conference Hall ชั้น 2 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

โดย นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า “โครงการประชันทักษะการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน (DJOP Top One) ในวันนี้ เป็นการสร้างรากฐานทางการศึกษาและวิชาชีพ รวมถึงพัฒนาทักษะชีวิตให้กับเด็ก และเยาวชน ที่อยู่ในการดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน คือ หัวใจสำคัญของการคืนคนดีสู่สังคม ซึ่งสอดคล้องตามเจตนารมณ์ของกระทรวงยุติธรรม โดยกิจกรรมในวันนี้ เป็นการที่เปิดพื้นที่ให้เด็ก และเยาวชน ได้แสดงความสามารถ ตามความสนใจ และความถนัดของตนเอง และทราบมาว่าก่อนที่เด็ก และเยาวชนทั้ง 108 คน ได้มาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ทุกคนผ่านการเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้ เราจะเปลี่ยนการเรียนรู้ในตํารา มาเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยใช้ “การประชันทักษะ” เป็นแรงกระตุ้นให้เด็ก และเยาวชน ได้ปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในของตนเอง

ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการส่งเสริมทักษวิชาการ วิชาชีพ และทักษะชีวิตให้กับเด็กและเยาวชน ขอให้เด็กและเยาวชนทุกคนภาคภูมิใจในตนเอง ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุด คือ การเรียนรู้ระหว่างทาง และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นในทุกวัน” นายโกมล กล่าว

ด้าน นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวแสดงความยินดีและให้กำลังใจเด็กและเยาวชนว่า สิ่งที่พวกเราได้ประสบความสำเร็จในวันนี้ทั้งการประชันทักษะการตัดผม การจัดสวนถาด การประกอบอาหารให้เกิดขึ้นได้นั้นมาจากการหมั่นฝึกฝน การมีจินตนาการพร้อมด้วย พรสวรรค์และพรแสวงซึ่งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด พร้อมด้วยศักยภาพทักษะที่มีอยู่ในตัวทุกคน สำหรับการดูแลตนเองและครอบครัวก็ฝากให้เยาวชนทุกคน ดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมที่อยู่ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นส่วนเล็ก ๆ ในชุมชนก็เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาชาติในอนาคต ไม่ว่าวันนี้ เยาวชนจะได้รับรางวัลในระดับใด ขอให้ทุกคนภูมิใจในตัวเอง เรา คือ ผู้ชนะตั้งแต่วันที่เราได้ตัดสินใจลงมือทำ เรียนรู้ ฝึกฝนเพื่อพัฒนาตนเองพวกเราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองแล้ว และขออวยพรให้เด็กและเยาวชนทุกคน ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพที่ตั้งใจไว้ และเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป

สำหรับโครงการดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะการเรียนรู้อันจะเป็นพื้นฐานของการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long Learner) เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ทั้งทางด้านวิชาการ และวิชาชีพอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ รวมถึงเป็นพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถตามความสนใจและความถนัดของตนเอง ส่งผลให้เกิดทางเลือกที่หลากหลายในการศึกษา และการฝึกอาชีพ ซึ่งประกอบด้วยการแข่งขันทักษะ 3 ประเภท คือ ทักษะด้านการประกอบอาหาร ทักษะช่างตัดผม และ ทักษะการจัดสวนถาด โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ ผู้บริหารและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี กรรมการบริหารและเชฟชื่อดังจากมูลนิธิเชฟแคร์ส (Chef Cares Foundation) นักออกแบบและจัดสวนจากบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) นายกสมาคมไทยบาร์เบอร์และเสริมสวยแห่งประเทศไทย กรรมการแข่งขันชิงแชมป์ช่างตัดผมแห่งประเทศไทย และเจ้าของร้านตัดผมชื่อดัง “JD Hair Design” ที่ให้เกียรติมาร่วมตัดสิน

ทั้งนี้ ผลการแข่งขันทักษะการจัดสวนถาด รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศูนย์ฝึกและอบรมฯ เชียงใหม่ , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ศูนย์ฝึกและอบรมฯ ระยอง , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ศูนย์ฝึกและอบรมฯ นครสวรรค์ ส่วนผลการแข่งขันทักษะการประกวดอาหาร รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศูนย์ฝึกและอบรมฯ หญิงบ้านปรานี , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ศูนย์ฝึกและอบรมฯ ยะลา , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ศูนย์ฝึกและอบรมฯ พังงา สำหรับผลการแข่งขันทักษะช่างตัดผม รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศูนย์ฝึกและอบรมฯ ราชบุรี , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ศูนย์ฝึกและอบรมฯ บ้านกาญจนาภิเษก และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ศูนย์ฝึกและอบรมฯ นครราชสีมา

.






มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 84 ครั้ง



