ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 5 จำคุก 2 ครูฝึกคนละ 1 ปี คดีพลทหารกิตติธร เสียชีวิตในค่ายทหาร

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 682 ครั้ง

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 5 สั่งจำคุก 1 ปี ครูฝึก 2 นาย คดีพลทหารกิตติธร เสียชีวิตในค่ายทหาร ผิดตามกฎหมายทรมาน

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.68 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ มีคำพิพากษาในคดีการเสียชีวิตของ พลทหารกิตติธร เวียงบรรพต ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/66 สังกัดค่ายเม็งรายมหาราช ซึ่งเสียชีวิตหลังเข้ารับการฝึกจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อปี พ.ศ. 2566 โดยพิพากษาลงโทษจำคุก ครูฝึก 2 นาย ในความผิดฐาน ปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 คนละ 1 ปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงมีคำสั่งลดโทษ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุกคนละ 8 เดือน

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตามคดีและร่วมรับฟังการพิจารณาของศาลในทุกกระบวนการที่ศาลอนุญาตในทุกคดี โดยคดีของ ‘พลทหารกิตติธร’ นับเป็นคดีแรกที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ และถือเป็นหนึ่งในบรรทัดฐานสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวในการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ รวมถึงการคุ้มครองและเยียวยาผู้เสียหายตามกลไกที่กฎหมายกำหนด

โฆษกกรมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดี แม้ผู้กระทำความผิดจะเป็นทหารก็ตาม โดยไม่ต้องขึ้นศาลทหารเช่นคดีทั่วไป

สำหรับกรณีของ พลทหารกิตติธร กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้อนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้เสียหายตามความผิดฐานปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นเงิน 250,000 บาท (ไม่รวมเงินชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบ) พร้อมทั้งประสานให้ผู้กระทำผิดแสดงความขอโทษต่อผู้เสียหายโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ และให้การฟื้นฟูด้านจิตใจแก่ครอบครัวผู้เสียหาย

โฆษกกรมฯ กล่าวด้วยว่า นับตั้งแต่พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นมา ได้มีการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายแล้ว 12 ราย รวมเป็นเงิน 4,203,705 บาท โดยการเยียวยามีทั้งในรูปแบบตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน และในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 จะมีการนำผู้เสียหายอีก 10 ราย เข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาช่วยเหลือเยียวยา

“ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า หากประชาชนพบเห็นหรือทราบเบาะแสเกี่ยวกับการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงการกระทำให้บุคคลสูญหาย สามารถแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองทุกอำเภอ/เขต พนักงานอัยการ สถานีตำรวจทุกแห่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือโทรแจ้งที่ สายด่วนยุติธรรม โทร. 1111 กด 77 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง” โฆษกกรมฯ กล่าว

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 682 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน