มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 90 ครั้ง
เพราะ ‘กำแพงเรือนจำ’ ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต แต่คือจุดเริ่มต้นของการเจียระไน “คนดี” กลับคืนสู่สังคม กรมราชทัณฑ์พาสื่อมวลชนเจาะลึกภารกิจฟื้นฟูเบื้องหลังประตูเหล็ก ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จากแดนแรกรับสู่การสร้างอาชีพที่ก้าวทันโลก AI

เมื่อพูดถึง “เรือนจำ” ภาพจำในความคิดของใครหลายคนอาจมีเพียงกำแพงคอนกรีตสูงลิบ ประตูเหล็กหนาหนัก และการจองจำผู้กระทำผิด แต่ในโลกความเป็นจริง เบื้องหลังกำแพงเหล่านั้นยังมีอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ไม่ค่อยมีใครได้สัมผัส นั่นคือ “การบำบัด ฟื้นฟู และคืนชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ต้องขัง”

เพื่อสะท้อนภาพการทำงานในมิตินี้ กรมราชทัณฑ์ ได้จัดโครงการสื่อมวลชนสัญจร (Press Tour) ภายใต้แนวคิด “Beyond the Walls ก้าวข้ามกำแพงสู่โอกาสใหม่” ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นำโดย นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย นายขวัญไชย สันติภราภพ ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และคณะโฆษกกรมราชทัณฑ์ ร่วมนำคณะสื่อมวลชนและอาสาสมัครราชทัณฑ์ ลงพื้นที่สัมผัสวิถีชีวิตและการทำงานจริงเบื้องหลังกำแพงสูง

เปิด 8 แดนสำคัญ: กลไกการขับเคลื่อนและ “สร้างคน”
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เปิดประตูให้สื่อมวลชนเข้าชมพื้นที่จริงถึง 8 แดน เพื่อแสดงให้เห็นถึงกระบวนการบริหารจัดการตามหลักการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังอย่างเป็นระบบ ซึ่ง แดน 12 (แดนแรกรับ), แดน 2 (สถานพยาบาล), แดน 3 (แดนการศึกษา), แดนสูทกรรม, แดน 7 และ แดน 9 (แดนฝึกวิชาชีพ), แดน 10 (แดนความมั่นคงสูง) และ แดน 1 (แดนเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย)

เปลี่ยน “พฤตินิสัย” เป็น “ทักษะอาชีพ” เท่าทันโลก
ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ซึ่งเป็นสถานที่ควบคุมผู้ต้องขังคดียาเสพติดประมาณ 6,000 คน ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ “การฝึกวิชาชีพ” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่มีประวัติความประพฤติดี เลือกเรียนตามความสนใจและความถนัด

เมื่อ “ความชอบ” กลายเป็น “งานศิลปะ”: ณ แดน 9 ผู้ต้องขังคดีจำคุกตลอดชีวิตที่เคยหลงใหลในงานศิลปะ แต่ขาดโอกาส ได้รับการถ่ายทอดเทคนิคทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากอาจารย์วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ ผลงานศิลปะจากห้องเรียนเล็กๆ เบื้องหลังกำแพงนี้ ปัจจุบันได้รับการยอมรับจนถูกนำไปจัดแสดงและจำหน่ายที่ไอคอนสยาม ช่วยสร้างทั้งสบายใจ ความสงบ และรายได้จริง

ปรับตัวรับยุค AI: นอกจากงานฝีมือที่อาศัยทักษะเฉพาะตัวของมนุษย์อย่างการทำอาหารแล้ว เรือนจำยังเติมเต็มช่องว่างด้านเทคโนโลยี ด้วยการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ การประยุกต์ใช้ AI การทำเว็บไซต์ การตลาดออนไลน์ ไปจนถึงการไลฟ์สดขายสินค้า เพื่อให้ผู้ต้องขังแน่ใจว่า เมื่อพ้นโทษออกไปในอีก 2-3 ปีข้างหน้า พวกเขาจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว

“คนทุกคนมีแผล เราต้องดูแลแผลนั้น”
นายยุทธนา นาคเรืองศรี ย้ำถึงแนวคิดหลักของโครงการว่า “กำแพงเรือนจำ” ไม่ควรเป็นจุดสิ้นสุดของโอกาส แต่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาตนเองของผู้ต้องขัง ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ การปรับพฤตินิสัย และการฝึกอาชีพ ดังนั้น คำว่า “Beyond the Walls” จึงเป็นมากกว่าการก้าวข้ามสิ่งก่อสร้างทางกายภาพ แต่คือการก้าวข้ามภาพจำ อดีต และข้อจำกัดเดิม ๆ โดยกรมราชทัณฑ์ มุ่งหวังให้สังคมภายนอกได้รับรู้ถึงความตั้งใจนี้ และร่วมเป็นส่วนสำคัญในการเปิดใจยอมรับ เพื่อร่วมกัน “คืนคนดี มีคุณค่า กลับคืนสู่สังคม” ได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน

ในขณะที่ นายขวัญไชย สันติภราภพ ได้กล่าวประโยคที่สะท้อนหัวใจของการทำงานราชทัณฑ์ได้อย่างลึกซึ้งว่า “คนทุกคนมีแผล เราต้องดูแลแผลนั้น”
การจำคุกจึงไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อลงโทษหรือคุมขังคนออกจากสังคมเป็นการชั่วคราว หากแต่เป็นช่วงเวลาแห่งการ “เยียวยา” และ “เตรียมความพร้อม” เพื่อให้โอกาสคนคนหนึ่งได้กลับมายืนอยู่ในสังคมได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ประตูเรือนจำที่เปิดออกเพื่อส่ง “คนดี” กลับคืนสู่สังคม จะไม่มีวันสมบูรณ์ได้เลย หาก “กำแพงในใจของสังคมภายนอก” ยังคงปิดกั้น การเปิดใจ ยอมรับ และมอบโอกาส คือกุญแจดอกสุดท้ายที่จะช่วยให้การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของผู้พ้นโทษเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง




มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 90 ครั้ง



