“ราชทัณฑ์” แจงผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง “พิการ-เจ็บป่วย-สูงอายุ” กว่าหมื่นราย ยันดูแลตามสิทธิ ลดเจ็บป่วย-เสียชีวิต 

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 370 ครั้ง

กรมราชทัณฑ์ เผย 7 ข้อเท็จจริงข้อมูลหลังกำแพงที่อยากให้สังคมรับรู้เรื่องที่ 2 : สถานการณ์สุขภาพผู้ต้องขังและการดูแลผู้พิการ เจ็บป่วย สูงอายุ

อโรคยา ปรมา ลาภา เป็นพุทธพจน์ประโยคหนึ่งในภาษาบาลี แปลความหมายได้ว่า การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ เป็นสิ่งที่ทุกคนทุกเพศทุกวัยล้วนต้องการ ไม่เว้นแต่ผู้ต้องขังที่ใช้ชีวิตอยู่หลังกำแพงก็เช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยได้คือการสร้างเสริมป้องกันโรคและการดูแลสุขภาพตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพให้ลดน้อยลง โดยเฉพาะในผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ต้องขังพิการ เจ็บป่วย หรือสูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องให้การดูแลและเฝ้าระวังในเรื่องสุขภาพมากกว่ากลุ่มผู้ต้องขังทั่วไป

จากจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมดสองแสนกว่าคน (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2566) กรมราชทัณฑ์ มีจำนวนผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง ประกอบด้วย

ผู้ต้องขังสูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป รวม 6,196 คน เป็นชาย 5,210 คน หญิง 986 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี อยู่จำนวน 1,158 คน (ชาย 998 คน หญิง 160 คน) หรือเกือบ 20% จากประชากรผู้ต้องขังสูงอายุทั้งหมด โดยผู้ต้องขังชาย อายุมากที่สุด 94 ปี ผู้ต้องขังหญิงอายุมากที่สุด 87 ปี

ผู้ต้องขังพิการ (มีบัตรผู้พิการ) จำนวน 3,770 คน เป็นชาย 3,396 คน หญิง 374 คน

ผู้ต้องขังป่วยติดเตียง จำนวน 131 คน เป็นชาย 121 คน หญิง 10 คน

ผู้ต้องขังโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) หรือผู้ต้องขังที่บำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตทางช่องท้อง (continuous ambulatory peritoneal dialysis: CAPD) จำนวน 139 คน

ผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะแพร่กระจายหรือลุกลาม จำนวน 123 คน

ผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์สมองพิการ จำนวน 27 คน

ผู้ต้องขังภูมิคุ้มกันบกพร่องระยะที่มีโรคแทรกซ้อนแสดงอาการร้ายแรง จำนวน 84 คน

ผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 137 คน และเด็กติดมารดา 71 คน

กรมราชทัณฑ์ ได้กำหนดแนวทางการดูแลผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง ตั้งแต่แรกรับตัว โดยมีการคัดกรองผู้ต้องขังทุกรายทั้งในเรื่องโรคติดต่อ และโรคเรื้อรัง ซึ่งหากมีโรคประจำตัวเรื้อรังจะได้รับการตรวจรักษาและรับประทานยาต่อเนื่อง รวมทั้งกำหนดให้มีการแยกพื้นที่การควบคุมผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง ให้อยู่ในพื้นที่ ที่เจ้าหน้าที่สามารถให้การดูแลและเฝ้าระวังโรคได้อย่างใกล้ชิด มีการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเจ็บป่วยรุนแรง และเสียชีวิต ผู้ต้องขังพิการ จะได้รับกายอุปกรณ์ และจัดให้มีพื้นที่ที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ เมื่อถูกควบคุมตัวจะได้รับการฝากครรภ์ และตรวจสุขภาพเป็นระยะจนถึงวันคลอด รวมทั้งมีการส่งเสริมเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สำหรับทารกจะได้รับการตรวจสุขภาพ และวัคซีน ซึ่งกลุ่มเปราะบางทุกคนจะได้รับการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็น ตามสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

แม้ว่ากรมราชทัณฑ์ จะดำเนินการเรื่องการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังให้ครอบคลุมเพื่อลดความรุนแรงของการเจ็บป่วย หรือลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องได้รับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจมากกว่าผู้ต้องขังทั่วไป แต่ข้อจำกัดในเรื่องความแออัดของจำนวนผู้ต้องขัง โครงสร้างทางกายภาพของเรือนจำ จำนวนเจ้าหน้าที่ต่อผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขในสังกัดของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งภายในเรือนจำผู้ต้องขังทั้งหมดต้องอาศัยสถานพยาบาลภายในเรือนจำเป็นหลักในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น หากผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง มีโอกาสในการกลับสู่สังคมได้เร็วขึ้น โดยใช้รูปแบบการบริหารโทษแบบอื่น ๆ ภายใต้ข้อกฎหมายที่กำหนด อาจส่งผลดีทางด้านจิตใจจากการได้รับการดูแลและได้รับกำลังใจจากครอบครัว รวมทั้งเข้ารับการรักษาตามระบบบริการสุขภาพจากหน่วยงานสาธารณสุขภายนอก

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 370 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน