ไอทีเอ เชื่อความยุติธรรมต้องเกิด หลังยื่น “เสรีพิศุทธ์” ตรวจสอบคณะอุทธรณ์ฯ โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 60 ครั้ง

เชื่อความยุติธรรมต้องเกิด ไอทีเอ มั่นใจ “เสรีพิศุทธ์” หลังยื่นฟันคณะฯอุทธรณ์ กรมบัญชีกลาง อัดยับบิดเบือน เอื้อประโยชน์ กรณีประมูลขยายการผลิตโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์

กิจการค้าร่วม ไอทีเอ เชื่อความยุติธรรมต้องเกิดหลังยื่น “เสรีพิศุทธ์” ตรวจสอบเข้ม คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ กรมบัญชีกลาง ชี้ทำหน้าที่ไม่ปกติ ไม่เป็นธรรม มีเจตนาไม่ปฏิบัติตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แถมบิดเบือนข้อเท็จจริง เล็งผลเพื่อเอื้อประโยชน์ผู้ยื่นข้อเสนอบางราย กรณีตัดสินการอุทธรณ์ประมูลขยายกำลังการผลิตน้ำที่โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ของการประปานครหลวง หวังคำตอบที่กระจ่างชัดต่อสังคม

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.65 นายวันชัย คุณาปราโมทย์ ผู้รับมอบอำนาจกระทำการแทน กิจการค้าร่วม ไอทีเอ (ITA Consortium) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ก.ย.65 ที่ผ่านมา กิจการค้าร่วม ไอทีเอ ได้เข้ายื่นเรื่องต่อพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง ประกวดราคางานจ้างก่อสร้างขยายกำลังการผลิตน้ำที่โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ ขนาด 800,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันพร้อมงานที่เกี่ยวข้อง สัญญา GE-MS5/6-9 ตามประกาศ การประปานครหลวง ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ซึ่งทาง ไอทีเอ ขอการตั้งข้อสังเกตโดยสุจริตใจให้เห็นถึงความไม่ปกติ ในการทำหน้าที่ของคณะกรรมพิจารณาอุทธรณ์ฯ อาจจะเข้าข่ายเป็นการพิจารณา ที่ไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และไม่เป็นธรรมแก่ผู้เข้าเสนอรายอื่นที่มิใช่ผู้อุทธรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ และในการยื่นต่อประธาน กมธ.ปปช. มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับความเป็นธรรม และนำมาซึ่งข้อเท็จจริง เป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้ปรากฏในสังคม

“การที่การประปานครหลวง ตัดสิทธิ์ผู้อุทธรณ์ทั้ง 2 ราย ประกอบด้วย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท วงศ์สยามก่อสร้าง จำกัด ถือว่า ถูกต้อง และเป็นไปตามระเบียบของ พรบ. จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เพราะผลงานที่นำมายื่นนั้น ไม่ผ่านคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่การประปานครหลวง ได้เผยแพร่ ต้องบอกว่า ไม่เข้าใจถึงหลักการ และมาตรฐานในการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ ที่ไม่เห็นพ้องด้วยกับการพิจารณาของการประปานครหลวง”

นายวันชัย กล่าวต่อไปว่า ด้วยมีความผิดปกติในการพิจารณาการอุทธรณ์หลายประเด็น ตัวอย่างเช่น ประเด็นที่การประปานครหลวง ได้ประกาศประชาวิจารณ์ ร่างขอบเขตงาน และคุณลักษณะเฉพาะข้อ 2.11 กำหนดให้ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างระบบตกตะกอนและระบบกรองน้ำ สำหรับระบบผลิตน้ำประปา พร้อมงานที่เกี่ยวข้อง ขนาดไม่น้อยกว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันในสัญญาเดียวกัน วงเงินไม่น้อยกว่า 300,000,000.00 บาท และเป็นสัญญาที่ได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กปน. เชื่อถือ โดยต้องมีหนังสือรับรองผลงาน สำเนาสัญญา และบัญชีปริมาณงานมาแสดง และมีผู้วิจารณ์ร่างประกวดราคางานดังกล่าว โดยคุณสมบัติดังกล่าวได้เทียบเคียงและอ้างอิงจากหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐกรมบัญชีกลาง ที่กค(กวจ) 0405.2/ว214 ลงวันที่ 18 พ.ค. 2563 การกำหนดขนาดของระบบผลิตน้ำประปาขนาดใหญ่ตามที่ กปน.ใช้อยู่ในสัญญานี้ได้กำหนดหน่วย “ลูกบาศก์เมตรต่อวัน”

นายวันชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดผลงานเป็นร้อยละของขนาดกำลังผลิตน้ำประปาที่จะก่อสร้างซึ่งขนาดผลงานที่กำหนดคิดเป็นผลงานเพียง 12.5% ของความสามารถในการผลิตน้ำของโครงการนี้  เห็นได้ชัดเจนเลยว่า การตอบข้อชี้แจงของ การประปานครหลวง ทำให้ทราบโดยทั่วกัน ว่า กำลังผลิตน้ำประปา 12.5% ของโครงการขนาด 800,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คือ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และผู้สนใจยื่นข้อเสนอทุกรายทราบดีว่า การตอบประชาวิจารณ์เรื่อง กำลังผลิตน้ำประปา หมายถึง ปริมาณน้ำประปาที่ผลิตได้จากกระบวนการผลิตซึ่งได้หักปริมาณน้ำสูญเสียต่างๆในกระบวนการผลิตแล้ว

นายวันชัย กล่าวต่อไปว่า ในการนี้ บริษัท วงศ์สยามก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์ ได้มีการเสนอแก้ไขร่างประชาวิจารณ์ ข้อกำหนด 2.11 ดังกล่าวให้ลดลง เพื่อให้ตรงกับคุณสมบัติของผลงานตนเอง โดยสามัญสำนึกของสุจริตชนทั่วไปแล้วนั้น ถ้าทราบตั้งแต่ต้นว่า ผลงานตนเองนั้นผ่านคุณสมบัติดังกล่าว คงไม่มีสุจริตชนไหนร้องให้แก้ไขคุณสมบัติดังกล่าวอย่างแน่นอน

“ที่สำคัญผลการพิจารณาคณะกรรมการพิจารณาผลอุทธรณ์ฯ ที่ตอบกลับมายังการประปานครหลวง เมื่ออ่านแล้ว ทำให้อยากได้คำตอบว่า ใช่หรือไม่ เพราะแสดงให้เห็นว่า อาจจะเข้าข่ายมีเจตนาไม่ปฏิบัติตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และบิดเบือนข้อเท็จจริง เล็งผลเพื่อเอื้อประโยชน์ผู้ยื่นข้อเสนอบางราย และเพื่อให้ผู้อุทธรณ์ที่ใช้ผลงานกิจการร่วมค้ามาเป็นผลงานตนเอง ทั้งที่เคยมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว เช่นกรณีนี้ของ โครงการศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า อาจจะเข้าข่ายเป็นการพิจารณาที่มีเจตนาไม่สุจริต เอื้อประโยชน์ผู้อุทธรณ์บางรายด้วยเช่นกัน ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ในเรื่องผู้ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ด้วยใช่หรือไม่  จึงต้องขอถามกลับว่า กรณีดังกล่าว อาจจะเข้าข่ายเจตนาไม่สุจริต และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยหรือไม่ ทั้งหมดนี้คือ คำถามที่คณะกรรมการพิจารณาผลอุทธรณ์ฯ ต้องให้คำตอบกับสังคม” นายวันชัย กล่าว

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 60 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

แสดง
ซ่อน