“เฉลิมชัย” มั่นใจทุเรียนไทยครองแชมป์ตลาดจีนแสนล้าน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 982 ครั้ง

เฉลิมชัย มั่นใจทุเรียนไทยครองแชมป์ตลาดจีนแสนล้านสมาคมทุเรียนไทย ชี้ราคาปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วอลงกรณ์ เผย ไตรมาสแรกปี 2565 ส่งออกทุเรียนเพิ่ม 42% ยืนยันไม่มีทุเรียนเน่าคาด่านจีน ติงสื่อระวังเสนอข่าวเข้าทางพ่อค้ากดราคาชาวสวน

วันนี้ (7 พ.ค.65) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยว่า การส่งออกทุเรียนไทยไปจีนยังเป็นไปตามแผนปฏิบัติการผลไม้ปี 2565 มั่นใจว่าทุเรียนไทยจะครองแชมป์ตลาดจีนได้อย่างต่อเนื่องนำรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่า 1.2 แสนล้าน ทั้งนี้ได้ประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวันจากรายงานล่าสุดว่าด่านจีนเปิดดำเนินการทุกด่าน แต่บางด่านเริ่มติดขัดเพราะมีออร์เดอร์จากจีนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมือภาคเอกชนเพิ่มการขนส่งทางเรือและทางรถไฟ “จีน-ลาว” มากขึ้นตามเป้าหมายกลยุทธ์การบริหารโลจิสติกส์ของฟรุ้ทบอร์ด ที่ให้เพิ่มการขนส่งทางเรือเป็น 55% ทางบก 40% ทางราง (รถไฟสายจีน-ลาว) และทางอากาศรวมกัน 5% เพื่อลดความแออัดของด่านทางบกในช่วงผลผลิตทุเรียนออกมาก ลดความเสี่ยงจากการปิดด่านเพราะโควิด-19 และเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นมากส่งผลให้ค่าขนส่งเพิ่มตามไปด้วยจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน

“จีนเป็นตลาดหลักของทุเรียนไทย ปี 2564 การส่งออกทุเรียนสดไปจีน จำนวน 875,097 ตัน คิดเป็นมูลค่า 109,205 ล้านบาท ขยายตัว 68.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยผลไม้ไทยสามารถครองตลาดจีนมีมาร์เก็ตแชร์กว่า 40% อันดับ 2 คือชีลี 15% เวียดนาม 6% อยู่อันดับ 3 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทย แม้จะเผชิญปัญหา มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในจีน ซึ่งกระทบการขนส่งและการส่งออกเป็นระยะๆ ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ปีนี้รัฐบาลโดยฟรุ้ทบอร์ด กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ จะพยายามช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวน และผู้ประกอบการล้งผู้ส่งออก ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค เพื่อทำให้ราคาทุเรียนและผลไม้ได้ราคาที่ดี และเพิ่มการส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศของเรามากขึ้น”

สำหรับสถานการณ์ราคาทุเรียนนั้น นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ และประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้า ในคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ราคาผลไม้ไทยในตลาดจีนเพิ่มขึ้น 40% ส่วนราคาในประเทศ ทางนายกสมาคมทุเรียนไทย แจ้งว่า ราคาทุเรียนดีกว่าปีที่แล้วโดยราคาหน้าล้งอยู่ที่กิโลกรัมละ130-140 บาท ถ้าตกเกรดก็ลดลงมาตามคุณภาพ

“วันนี้ได้ตรวจสอบสถานการณ์ราคากับผู้นำเข้าของจีนรายใหญ่ที่กว่างสี ยืนยันว่า ราคาทุเรียนไทยในตลาดจีนตอนนี้ดีกว่าปีที่แล้วแม้เริ่มเข้าช่วงที่ทุเรียนไทยเริ่มออกมามาก นอกจากนี้ได้รับรายงานจากพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีว่า ราคาทุเรียนยังสูงอยู่ที่กิโลกรัมละ 120-150 บาท แล้วแต่เกรดและคุณภาพ”

ทั้งนี้เป็นผลมาจากการส่งออกทุเรียนและผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นมากในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 โดยกระทรวงพาณิชย์รายงานว่า การส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้น 42% ลำไยเพิ่มขึ้น 36% มะม่วงเพิ่มขึ้น 21% ส่งผลทำให้ราคาผลไม้ในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ราคาเพิ่มขึ้น 40% ส้มเขียวหวานเพิ่มขึ้น 8% ส้มโอขาวน้ำผึ้งเพิ่มขึ้น 28% เป็นต้น รวมทั้งมาตรการเพิ่มการบริโภคภายในประเทศจาก 30% เป็น 40% ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้วางมาตรการด้านการตลาดไว้แล้วรองรับผลไม้ 566,000 ตัน โดยประกอบด้วย

1. ตลาดตามมาตรการเชิงรุก 18 ประกาศ ตั้งแต่ครึ่งปีที่แล้ว ช่วยระบายผลไม้ได้เตรียมไว้ 244,000 ตัน

2. มาตรการเตรียมสต๊อกสำหรับทำผลไม้แช่เย็น แช่แข็ง เตรียมไว้ 120,000 ตัน

3. กระจายทั่วประเทศโดย เตรียมระบายไว้ 145,000 ตัน และส่วนหนึ่งคือการจัด “พาณิชย์ Fruit Festival 2022” งานวันนี้จะมีส่วนช่วยระบายผลไม้ ได้ไม่ต่ำกว่า 3,500 ตัน จัดตั้งแต่วันที่ 2-8 พ.ค.65 เตรียมจุดจำหน่ายไว้ทั้งหมด 1,092 จุด ประกอบด้วยห้างโมเดิร์นเทรด ร้านค้าปลีก-ส่ง ร้านสะดวกซื้อ ห้างท้องถิ่น โดยเป็นที่กรุงเทพมานคร และรถเร่ 500 จุด ที่เหลือเป็นต่างจังหวัด เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการับมือช่วง peak ซึ่งผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกคาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น จาก 575,542 ตัน ในปี 2564 เป็นจำนวน 729,110 ตัน ในปี 2565

“กรณีที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้รายงานข่าวเกี่ยวกับมาตรการซีโรโควิดของทางประเทศจีน และมีการกักด่าน สร้างผลกระทบต่อการส่งออกทุกเรียนของประเทศไทยจนเน่าคาด่านจีนหรือทุเรียนติดด่านล้านตันนั้น อยากชี้แจงว่า สื่อมวลชนอาจได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง ทำให้การเสนอข่าวออกไปมีความคาดเคลื่อนและส่งผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะการจำหน่ายผลผลิตทุเรียนของเกษตรกรชาวสวน ที่จะมีผู้ไม่หวังดีหรือพ่อค้าบางส่วนใช้ข่าวที่นำเสนอมาเป็นประเด็นในการกดราคารับซื้อจากเกษตรกร ดังนั้นจึงอยากให้สื่อมวลชนได้มีการตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบแน่ชัด ทั้งนี้ฟรุ้ทบอร์ด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ พร้อมให้ข้อมูลในทุกด้านตามที่สื่อต้องการ เพื่อให้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง และสร้างประโยชน์ทั้งต่อเกษตรกร และประเทศชาติ” นายอลงกรณ์ กล่าว

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 982 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน