“เฉลิมชัย” เปิดศูนย์นวัตกรรมสกัดสารพืชกระท่อมและสมุนไพร

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 1202 ครั้ง

เฉลิมชัย เร่งปฏิรูปภาคเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง ผนึกมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดศูนย์นวัตกรรมสกัดสารพืชกระท่อมและสมุนไพร สั่งกระทรวงเกษตรเร่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีเกษตร 4.0 สนับสนุนงบวิจัยและพัฒนาของศูนย์AICทั่วประเทศเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร

วันนี้ (21 มี.ค.65) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (ศูนย์ AIC:Agritech and Innovation Center) เปิดเผยว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดศูนย์นวัตกรรมสกัดสารสมุนไพรและกระท่อมสู่การต่อยอดเกษตรมูลค่าสูง ร่วมกับรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังจากประขุมรับฟังการนำเสนอโครงการพัฒนากระท่อม พืชเศรษฐกิจตัวใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก บนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่ ของสมาคมพืชกระท่อมแห่งประเทศไทย อันประกอบด้วย “บทบาทพืชกระท่อมไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานราก นำร่อง 4 จังหวัดภาคใต้” “การพัฒนาและวิจัยพืชกระท่อมสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง” เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ณ ห้องประชุมศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์ AIC จังหวัดเชียงใหม่ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวมอบนโยบายว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ.จัดทำงบประมาณและโครงการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือศูนย์ AIC เพื่อการวิจัยพัฒนานวัตกรรมนำมาใช้ส่งเสริมการผลิต การแปรรูป และการตลาดเช่นพืชสมุนไพรของไทย โดยมุ่งหวังให้เกษตรกร กลุ่ม วิสาหกิจชุมชน สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการภาคเกษตรสามารถผลิตและพัฒนาสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดทั้งภายใน และภายนอกประเทศตามยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต เพื่อสร้างเกษตรมูลค่าสูง ยกระดับรายได้ของเกษตรกร อย่างยั่งยืนต่อไป

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดตั้งศูนย์ AIC 77 จังหวัดดำเนินการตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563 และศูนย์ AIC ประเภทศูนย์ความเป็นเลิศอีก 23 ศูนย์ตามนโยบายและยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 ทำการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมกว่า 700 นวัตกรรมสามารถถ่ายทอดสู่เกษตรกรและฟาร์มกว่า 8 พันรายทั่วประเทศ ภายใต้แผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะปี 2565-2566 ถือเป็นคานงัดสำคัญในการปฏิรูปภาคเกษตรของไทยเชิงโครงสร้างและระบบที่มีกลไกการขับเคลื่อนแบบบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 1202 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน