เดโก้ ร่วมสร้างถนนสีเขียว จัดกิจกรรม “The Power Of Change” ปักหมุดกระตุ้นคนรุ่นใหม่ ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ร่วมสร้าง EV Ecosystem สู่โลกอนาคต

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 908 ครั้ง

บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด ร่วมสร้างถนนสีเขียว จัดกิจกรรม “The Power Of Change” ปักหมุดกระตุ้นคนรุ่นใหม่ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ร่วมสร้าง EV Ecosystm สู่โลกอนาคต โดยมี นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 และนายกฤตเมธ ตั้งพิชญโพธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด ร่วมเปิดกิจกรรม ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบัน การบริโภคของผู้คนกำลังขยับไปในทิศทางที่คำนึงถึงความยั่งยืน และหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองคือ การหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยความสำคัญดังกล่าว ผนวกกับความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Ecosystem ให้เกิดอย่างแพร่หลาย บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด หรือ Deco จึงได้จัดกิจกรรม “The Power Of Change” รวมพลคนรักษ์โลก เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า เพื่อกระตุ้นให้ภาคประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาราคาน้ำมันที่ผันผวน รวมทั้งปัญหา PM 2.5 ที่มาจากรถยนต์และจักรยานยนต์ ด้วยการหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งนอกจากเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ยังเป็นอีกโอกาสที่จะสร้างเวที จักรยานยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตและถูกต่อยอดไปยังภาคขนส่งอื่นๆ ในอนาคต

คุณกฤตเมธ ตั้งพิชญโพธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 3-5 ปีที่ผ่านมา ประชาชนให้ความสนใจต่อยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยมาจากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การอยากเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยควันพิษ ตลอดจนราคาน้ำมันในยุคปัจจุบันมีความผันผวน ซึ่ง เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชั้นนำของไทย เรามีเป้าหมายสำคัญที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนชาวไทยได้หันมาใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยการจัดกิจกรรม “The Power Of Change” รวมพลคนรักษ์โลก เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ถือเป็นโครงการแรกที่เราจะคิกออฟกระตุ้นเพื่อสร้างการรับรู้ถึงประสิทธิภาพและศักยภาพของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าว่าวันนี้สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมกันนี้การเลือกจัดกิจกรรมที่เชียงใหม่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวให้กับไทย และที่สำคัญยังเป็นการเปิดตลาดใหม่ให้กับเดโก้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และที่มากไปกว่านั้นเราอยากให้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของเรานี้ถูกนำไปต่อยอดสู่ภาคธุรกิจทั้ง ธุรกิจขนส่งอาหารแบบดิลิเวอรี่หรือธุรกิจรถเช่าตามหัวเมืองต่างๆ ในอนาคตต่อไป”

นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “การจัดงานในวันนี้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Ecosystem ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมาทางจังหวัดมีความพร้อมในทุกด้านทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางเพื่อทดสอบการใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมกันนี้ที่ผ่านมาเชียงใหม่เป็นหนึ่งจังหวัดที่พบปัญหา PM 2.5 จำนวนมาก การจัดกิจกรรมดังกล่าวน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการช่วยกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้อีกช่องทาง และเป็นอีกโอกาสที่เราจะได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการสร้างถนนสีเขียวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”

นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “วันนี้ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเรามีความพร้อมรองรับทั้งการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวและการจัดกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งการจัดโครงการนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญ เพราะยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์นี้หากนำมาต่อยอดสู่การทำธุรกิจด้านต่างๆ อาทิ ส่งอาหาร ขนส่งสาธารณะ หรือสำหรับเช่ายืมในมิติของการท่องเที่ยวจะเป็นส่วนหนึ่งของการลดการแก้ปัญหาฝุ่น มากไปกว่านั้นยังเป็นอีกช่องทางให้ผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายมีโอกาสสร้างรายได้ในอนาคต”

สำหรับกิจกรรม “The Power Of Change” รวมพลคนรักษ์โลก เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า จัดขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม 2565 โดยเป็นกิจกรรมปล่อยรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจาก Deco ชมเส้นทางเมืองในจังหวัดเชียงใหม่ในรูปแบบ City Tour ซึ่งไฮไลท์ที่สำคัญคือ การเดินทางสู่ดอยคำเพื่อสักการะหลวงพ่อทันใจ รวมทั้งชมความงามของพืชพรรณนานาชนิดจากอุทยานสวนราชพฤกษ์ โดยตลอดการเดินทางทุกคนจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างถนนสีเขียวเพราะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจาก Deco ใช้ไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมัน มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญต่อภาวะโลกร้อน รวมทั้งต่อยอดการสร้างงานสร้างอาชีพในอนาคตอีกด้วย

คุณกฤตเมธ กล่าวในช่วงท้ายว่า “เราพร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีส่วนช่วยสำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Ecosystem ในประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยภาครัฐในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การใช้รถ EV ให้ได้ 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579”

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 908 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน