“อลงกรณ์” เปิดมุมมอง ก้าวใหม่ประเทศไทย “อนาคตลาว อนาคตไทย”

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 461 ครั้ง

วันนี้ (26 ธ.ค.64) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ อดีต ส.ส.6 สมัย และอดีตรัฐมนตรี เขียนบทความในเฟสบุ๊ค เรื่อง อนาคตลาว อนาคตไทย เป็นตอนที่ 1 ของซีรี่ย์ ก้าวใหม่ประเทศไทย อย่างน่าสนใจ

เรากำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ เชื่อมไทย เชื่อมลาว เชื่อมโลก และการวางหมุดหมายใหม่ที่เรียกว่า อีสาน เกตเวย์ และ ระเบียงเศรษฐกิจอีสาน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ที่พรรคประชาธิปัตย์ดูแล

ยุทธศาสตร์นี้เป็นคานงัดที่จะเปลี่ยนอนาคตของอีสานและประเทศของเรา

ผมจึงขอเล่าเรื่อง สปป.ลาว บ้านพี่เมืองน้องของไทยที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและเป็นคำตอบว่าทำไมไทยกับลาวต้องผูกอนาคตไว้ด้วยกัน

ล่าสุด ลาวเพิ่งเปิดเส้นทางรถไฟลาว-จีน เมื่อ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 5 ปี โดยอยู่ระหว่างการทดสอบรถไฟโดยสารและรถขนส่งสินค้าจากหลายมณฑลของจีนมาเวียงจันทน์และคาดว่าจะมีขบวนรถไฟจากยุโรปด้วย

หลังจากผ่านการทดสอบและระบบตรวจตราผ่านแดนเสร็จเรียบร้อย เส้นทางรถไฟสายนี้จะเปิดบริการได้อย่างสมบูรณ์ภายในครึ่งแรกของปีหน้า

ทำให้หนองคายกลายเป็นเกตเวย์ที่มีศักยภาพใหม่ของประเทศเชื่อมไทย เชื่อมลาว เชื่อมจีน เชื่อมเอเชียกลาง เชื่อมยุโรป

ความจริง ลาวกำลังพัฒนาระบบโลจิสติกส์และเขตเศรษฐกิจพิเศษหลายโครงการตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดโดยทุกโครงการร่วมลงทุนกับต่างประเทศเช่น จีน ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลี เป็นต้น

ลาวต้องการเปลี่ยนข้อจำกัดเดิมจากประเทศไม่มีทางออกทะเลอยู่ในมุมอับ (Land Locked) เป็นประเทศแห่งความเชื่อมโยง (Land of Connectivity)

อีกโครงการที่สำคัญมากสำหรับอนาคตลาวและรวมถึงอนาคตของประเทศไทยคือ โครงการท่าเรือน้ำลึกหวุงอ๋าง

ลาวเร่งพัฒนาเส้นทางเชื่อมเวียงจันทน์ แขวงบอลิคำไซกับแขวงคำม่วน (ตรงข้ามจังหวัดนครพนม) ไปยังจังหวัดฮาติงห์ของเวียดนาม

โครงการนี้สำคัญมากๆ เป็นช่องทางสู่โลกกว้างแห่งโอกาสที่สั้นที่สุด

เหนืออื่นใดคือ เป็นท่าเรือน้ำลึกในแผ่นดินเวียดนามที่เสมือนลาวเป็นเจ้าของ

บริษัทรัฐวิสาหกิจพัฒนาท่าเรือหวุงอ๋าง ลาว-เวียดนาม (ลาวถือหุ้น 60% เวียดนาม 40%) ตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2573 ท่าเรือน้ำลึกหวุงอ๋างจะสามารถให้บริการแก่เรือสินค้าที่มีน้ำหนักบรรทุกตั้งแต่ 5,000 ตัน ถึง 100,000 ตัน เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ตั้งแต่ขนาดบรรทุก 50,000 ตู้ ถึง 1,200,000 ตู้ และเรือบรรทุกสินค้าเทกอง ตั้งแต่ขนาดบรรทุก 3 ล้านตัน ถึง 20 ล้านตัน

ทั้งนี้จะเปิดให้บริการเฟสแรกในปี 2566 หรือภายใน 2 ปีข้างหน้า

นครพนมจะเป็นเกตเวย์ใหม่ออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก โดยใช้บริการท่าเรือน้ำลึกหวุงอ๋าง ด้วยระยะทางไม่ถึง 300 กิโลเมตร

ท่าเรือดังกล่าวเมื่อพัฒนาเต็มรูปแบบจะสามารถขนส่งสินค้าจากไทย ลาว และเวียดนาม ไปอเมริกา แคนาดา ลาติน อเมริกา จีน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน รัสเซีย และยุโรปเหนือ โดยไม่ต้องผ่านสิงคโปร์

ลาวไม่ได้พัฒนาระบบคมนาคมเท่านั้น แต่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษควบคู่ไปด้วย เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ในแขวงบ่อแก้วทางภาคเหนือใกล้กับฝั่งเชียงรายของเรา หรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษมหานทีสีทันดอนในแขวงจำปาสักตรงข้ามจังหวัดอุบลราชธานี ขนาดของวงเงินลงทุน เขตเศรษฐกิจใหม่สีทันดอน ตั้งเป้าใช้เงินลงทุน 9,000 ล้านดอลลาร์ และใช้พื้นที่ 6 หมื่นไร่ มากกว่าโครงการทางรถไฟลาว-จีน ที่ลงทุน 6,800 ล้านดอลลาร์ ใช้พื้นที่ 19,112 ไร่ ยังไม่รวมเขตเศรษฐกิจพิเศษ-ลาว-เวียดนาม-กัมพูชา และเขตเศรษฐกิจพิเศษเวียงจันทน์

แม้จะเผชิญกับผลกระทบโควิด 19 มีอุปสรรคนานัปการอาจช้าลงบ้าง แต่ลาวไม่ท้อไม่ถอยครับ ยังเดินหน้าสานฝันต่อไม่ยอมหยุด ตามไล่เป้าหมายของประเทศอย่างมุ่งมั่น

ประเทศไทยของเราต้องจับมือกับลาวอย่างใกล้ชิดเสมือนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ พึ่งพาร่วมแรงร่วมใจแบบพี่น้องเครือญาติ เคารพและให้เกียรติกันและกัน

ลาวและไทยสามารถผนึกศักยภาพของ 2 ประเทศเข้าด้วยกัน

นี่คือคำตอบของยุทธศาสตร์ใหม่และการสร้างจุดเปลี่ยนประเทศด้วย “อีสาน เกตเวย์” และ “ระเบียงเศรษฐกิจอีสาน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรม

อีสาน 20 จังหวัด และประชากร 22 ล้านคน อยู่ในมุมอับเป็นดินแดนไม่มีทางออกทะเลเหมือนลาวในอดีต ทำให้โอกาสของอีสานอับไปด้วย จึงต้องวางวิสัยทัศน์และเส้นทางการพัฒนาใหม่สำหรับอีสานและประเทศไทย

ปี 2562 ก่อนเกิดโควิด 19 เราเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับ 11 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากจีน แสดงถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะครัวโลก

เส้นทางใหม่ ๆ คือโอกาสในการขนส่งสินค้า เพื่อเพิ่มการส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศ พร้อมกับพัฒนาฐานการแปรรูปสร้างเกษตรมูลค่าสูงกระจายไปทุกภูมิภาคด้วยการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ และระเบียงเศรษฐกิจ กับเพื่อนบ้านของเรา

สุดท้ายคือ การบริหารการพัฒนาด้วยโมเดลใหม่ ๆ ให้ฉับไวรวดเร็วครับ

เกี่ยวกับผู้เขียน : นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ อดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ อดีต ส.ส. 6 สมัย อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 461 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

แสดง
ซ่อน