กระทรวงยุติธรรม จับมือ สภาการพยาบาล ยกระดับพยาบาลวิชาชีพในสถานที่ควบคุม

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 215 ครั้ง

กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ สภาการพยาบาล ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการยกระดับพยาบาลวิชาชีพในสถานที่ควบคุม

วันนี้ (29 ต.ค.63) เวลา 10.00 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 กระทรวงยุติธรรม ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ รองศาสตราจารย์ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การยกระดับพยาบาลวิชาชีพในสถานที่ควบคุม โดยมี ดร.อายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริอร สินธุ อุปนายกสภาการพยาบาล และผู้ช่วยศาสตราจารย์อังคณา สริยาภรณ์ เลขาธิการสภาการพยาบาล ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน นอกจากนี้ มีคณะผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมคุมประพฤติ และสภาการพยาบาล เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการยกระดับพยาบาลวิชาชีพในสถานที่ควบคุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประสานความร่วมมือระหว่าง สภาการพยาบาล กับ กระทรวงยุติธรรม เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถเฉพาะทาง รวมถึงสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้ได้มาตรฐานการดูแลสุขภาพ ผู้ถูกควบคุมตัวในสถานที่ควบคุม สร้างความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจเพื่อดำเนินการแก้ไข บำบัดฟื้นฟู ผู้ถูกควบคุมในสถานที่ควบคุม เพื่อให้ผู้กระทำผิดกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข โดยสภาการพยาบาล มีบทบาทในการศึกษา วิเคราะห์ กำหนดเกณฑ์มาตรฐานการฝึกอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางในสถานที่ควบคุม พร้อมทั้งสนับสนุนเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพ รวมถึงการเพิ่มค่าตอบแทน ให้แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางในสถานที่ควบคุม

สำหรับในส่วนของกระทรวงยุติธรรม โดยกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย ซึ่งประกอบไปด้วยกรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นกรมที่มีบทบาทในการสนับสนุนแลกเปลี่ยนข้อมูลแก่สภาการพยาบาล เพื่อประกอบการศึกษา วิเคราะห์สำหรับการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานการฝึกอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางในสถานที่ควบคุม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลสุขภาพของผู้ถูกควบคุมตัวได้อย่างมีคุณภาพมีมาตรฐาน และปลอดภัย ตลอดจนพัฒนาเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพให้มีความเหมาะสม

โดยบุคลากรวิชาชีพการพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานสังกัดกระทรวงยุติธรรม ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะในการดูแลด้านสุขภาพให้กับผู้ถูกคุมขังภายใต้ข้อจำกัดการควบคุม นับว่าเป็นสิ่งที่ดีและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อบุคลากรวิชาชีพการพยาบาล โดยเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดูแลสุขภาพของผู้ถูกควบคุมตัวได้อย่างมีคุณภาพ มีมาตรฐาน และปลอดภัย ตลอดจนพัฒนาเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพ ให้แก่พยาบาลวิชาชีพผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางในสถานที่ควบคุมอีกด้วย

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 215 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน