ผู้ต้องขังร่วมแข่งขันสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ “ชิงถ้วยพระราชทาน”

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 214 ครั้ง

กรมราชทัณฑ์ จัดแข่งขันสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2563

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ต.ค.63 ที่วัดเสมียนนารี พระอารามหลวง แขวงจตุจักร กรุงเทพมหานคร กรมราชทัณฑ์ จัดการแข่งขันสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีงบประมาณ 2563 โดยมี พระเทพวรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดเสมียนนารี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนาพฤตินิสัย เป็นประธานในการแข่งขันฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ร่วมในพิธีครั้งนี้ด้วย

นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า การจัดประกวดในครั้งนี้สืบเนื่องจากในปี พ.ศ.2557 กรมราชทัณฑ์ได้จัดการประกวดสวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะและทดสอบการอ่านพระคัมภีร์อัลกุรอาน เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับผู้ต้องขังได้ฝึกฝนการสวดมนต์ และเสริมสร้างความเป็นผู้กล้าหาญทางด้านจริยธรรม รวมถึงการสร้างความมั่นคงทางด้านจิตใจ สามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้

ต่อมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทอดพระเนตรการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะถวายพระพร โดยผู้ต้องขังหญิงเรือนจำกลางนครพนม ทรงชื่นชมและได้มีพระกระแส กับผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ ว่า ควรมีการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีการสวดมนต์ทำนองสรภัญญะประกวดและส่งไปประกวดกับบุคคลภายนอก ซึ่งการแข่งขันสวดมนต์ดังกล่าว ถือเป็นเป็นการเปิดโอกาสผู้ต้องขังได้แสดงศักยภาพให้สังคมภายนอกได้รับทราบ ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ สนับสนุนให้เขาเหล่านี้ กลับสู่สังคมได้อย่างมีปกติสุข และไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

นายสิทธิ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ได้นำหลักคำสอนของทุกศาสนาเข้าดำเนินการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง โดยใช้หลักธรรมของศาสนาและกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง เป็นประโยชน์สำหรับการปรับสภาพจิตใจของผู้ต้องขังได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ต้องขังได้ตระหนักถึงความผิดพลาดที่ผ่านมาในอดีต และนำไปปรับปรุงตนเองให้เข้าสู่กรอบของศาสนา สังคม พร้อมที่จะเป็นบุคคลที่สามารถอยู่ร่วมกับสังคม ก่อนกลับไปสู่สังคมภายหลังพ้นโทษได้

นายสิทธิ กล่าวต่อว่า ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ โดยการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตเน้นการพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้จริยธรรมให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ศาสนาได้ทำหน้าที่ในการกล่อมเกลา เสริมสร้างและยกระดับจิตใจของผู้ต้องขังให้มีคุณธรรม จริยธรรม จึงเห็นควรส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีโอกาสได้สวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ เพื่อใกล้ชิดพระรัตนตรัย ศึกษาและนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาไปกล่อมเกลาจิตใจ ประพฤติปฏิบัติขัดเกลานิสัยให้มีจิตใจอ่อนโยน เยือกเย็น มีความประพฤติดี มีความอดทน มีความรักสามัคคี และเป็นคนดีของสังคม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสังคมจะให้โอกาสผู้พ้นโทษอีกครั้ง เมื่อเขาเหล่านี้ได้กลับสู่สังคม เพื่อมิให้หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

การแข่งขันในครั้งนี้มี ตัวแทนเขตต่างๆ มีผู้เข้าแข่งขันจำนวน 18 ทีม อาทิ (ชาย 9 ทีม และหญิง 8 ทีม) ซึ่งผลการแข่งขันประเภททีมหมู่ผู้ต้องขังชาย ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ได้แก่ เรือนจำกลางชลบุรี, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ เรือนจำจังหวัดน่าน, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ เรือนจำกลางคลองเปรม และรางวัลชมเชย ได้แก่ เรือนจำจังหวัดสิงห์บุรี

อีกทั้ง ประเภททีมหมู่ผู้ต้องขังหญิง ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ได้แก่ เรือนจำกลางนครพนม, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงกลาง, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ เรือนจำกลางสมุทรปราการ และรางวัลชมเชย ได้แก่ เรือนจำกลางกำแพงเพชร

ทั้งนี้ ต้องแสดงความยินดีกับทีมผู้ชนะทั้ง 2 ทีม ซึ่งรางวัลดังกล่าวถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจที่ดียิ่งสำหรับผู้ต้องขัง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสังคมจะให้โอกาสผู้พ้นโทษอีกครั้ง เมื่อเขาเหล่านี้ได้กลับสู่สังคม เพื่อมิให้หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีกนายสิทธิ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 214 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน