“เดอะแจง” เปิดตัว “บช.ไซเบอร์” ลุยปราบอาชญากรรมโซเชียล-เฟคนิวส์

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 199 ครั้ง

ผบช.ไซเบอร์ มอบนโยบาย เตรียมปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีเต็มทุกรูปแบบ ปกป้องเยาวชน ประชาชน และสังคม ภายใต้หลัก 5 ป. ยัน 1 ปี ล้างอาชญากรรมออนไลน์ทุกประเภท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ต.ค.63 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) แถลงนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานและวิสัยทัศน์ของ บช.สอท. โดยมี ท่านเจ้าคุณพระญาณวิกรม (พระอาจารย์อุเทน สิริสาโร) เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ มาให้พรตำรวจในสังกัดกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า บช.สอท.นับเป็นกองบัญชาการแรกของประเทศไทยที่จะมุ่งหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในปัจจุบัน หน้าที่หลักคือการปกป้องเยาวชน ประชาชน และสังคมไทยให้เกิดความเชื่อมั่นและเป็นที่ศรัทธา ภายใต้หลัก 5 ป.คือ 1.ป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทั่วราชอาณาจักรอย่างมีประสิทธิภาพ 2.ปราบปรามด้วยสมรรถนะที่สูงยิ่ง 3.ปฏิบัติการบูรณาการข้อมูลข่าวสารอย่างมีระบบ 4.เปิดเผยผลงานสู่สาธารณะและเชื่อมโยงภาครัฐอย่างมีธรรมาภิบาล และ 5.ปฏิรูปการสืบสวนสอบสวนเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

“ในอดีตผมเป็นนักกีฬารักบี้ฟุตบอล และได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงาน คือ ทุกคนไปด้วยกัน เล่นด้วยกัน ไม่มีใครเก่งกว่าใคร ผมเป็นเหมือนหัวหน้าทีมที่จะนำนักกีฬาทั้ง 7 กองบังคับการในการรับผิดชอบคดีอาญาทุกรูปแบบทั่วประเทศ ผมจะสู้และทำงานด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ทุ่มเทสติปัญญาให้กับองค์กรนี้ ตามคติขององค์กรคือ ไซเบอร์คอป แอนตี้ไซเบอร์ไครม์” พล.ต.ท.กรไชย กล่าว

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวต่อว่า สำหรับความแตกต่างในการทำงานระหว่างกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) กับ บช.สอท.ในระหว่าง 6 เดือนนี้ บก.ปอท.จะยังคงรับผิดชอบคดีเกี่ยวกับเทคโนโลยีอยู่ และเพิ่มภารกิจถวายความปลอดภัย จากนั้นเราจึงจะเริ่มรับผิดชอบดูแลคดีอาญาทุกประเภททั่วประเทศ โดยเฉพาะการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่น หมิ่นประมาท ข่มขู่คุกคาม สื่อลามก เฟคนิวส์ การพนันออนไลน์ การขายของผิดกฎหมาย การดักรับข้อมูล รวมถึงโรแมนสแกม เป็นคดีที่อุกฉกรรจ์โดยร่วมมือกับกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และนานาชาติ 10 ประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเจ้าของระบบไครม์ที่ตำรวจไทยใช้อีกด้วย

ซึ่งข้อจำกัดในตอนนี้ คือ ความจำเป็นในการคัดสรรบุคคลเข้ามาทำงาน ตอนนี้มีตำรวจ 333 นาย ภายในเดือนแรกเราจะสร้างการรับรู้วิทยาการใหม่ และภายใน 3 เดือน จะสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตต่างๆ กลับจากนั้นภายใน 6 เดือน จะเริ่มรับแจ้งความผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือวิดีโอคอล โดยจะพิจารณาความผิดเป็นบางคดี หากเข้าข่ายก็จะให้การช่วยเหลือ แต่บางคดี เช่น การแฮคข้อมูลหรือหลอกโอนเงิน ท้องที่สามารถดำเนินการเองได้ แต่หากไม่มีวิทยาการ เราจะช่วยเหลือแล้วมอบงานกลับไป ให้ทำแล้วเสร็จใน 15 วัน จากนั้นใน 1 ปี จะรับแจ้งความอย่างสมบูรณ์แบบทุกคดี ทุกเรื่อง และ 2.ยังมีข้อจำกัดด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ เนื่องจาก บช.สอท.ได้ก่อตั้งขึ้นภายหลังการพิจารณางบประมาณ จึงประสานดีอีเอสพิจารณาของบไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในอนาคต บช.สอท.จะมีกองบังคับการต่างๆ ตั้งอยู่ทั่วประเทศ อาทิ ภาคกลาง กทม.ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี ภาคอีสาน จ.ขอนแก่น ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับในการร้องทุกข์ของประชาชน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 199 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน