ปธ.โครงการคืนคุณแผ่นดิน เสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งสร้างรายได้หลังประเทศเผชิญโควิด-19

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 363 ครั้ง

ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน เสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน และประชาชน รวมพลังพลิกฟื้นเศรษฐกิจหลังประเทศเผชิญโควิด-19

วันนี้ (3 ต.ค.63) เวลา 09.30 น. ที่โรงแรม สวิสโฮเต็ล รัชดา กรุงเทพฯ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน เปิดเผยถึงแผนวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจ และภาคสังคม จากภาคส่วนเอกชน และประชาชน กล่าวว่า วัตถุประสงค์เพื่อส่งแนวคิด ข้อมูล ข่าวสาร รวมพลังพลิกฟื้นเศรษฐกิจ พร้อมด้วยภาคสังคมที่เทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจะมีการแสดงพลังและส่วนร่วมจากภาคส่วน ควบคู่ภาคส่วนต่างๆให้เข้าร่วม โดยแสดงพลัง และพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศไทยหลังจากต้องเผชิญกับสถานการณ์ Covid-19 ประกอบด้วย

1. นำเสนอการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยภาครัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการสร้างแรงจูงใจให้เกิดความเชื่อมั่นผลักดันให้นักธุรกิจ ภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปที่มีเงินฝากในสถาบันการเงิน ซึ่งจะมีการกระตุ้นให้ใช้จ่าย เพื่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในประเทศไทย นำไปสู่การสร้างรายได้กระจายสู่ภาคส่วนทุกชุมชน อาทิเช่น การขึ้นภาษีเงินฝาก เพื่อทำให้มีการถอนเงินออกมาใช้จ่ายส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยไม่ต้องจ่ายภาษีการโอน การให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ใช้จ่ายในภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้มีการกระจายสู่ชุมชน เพราะต้องสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเองในยุคปัจจุบัน โดยไม่ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจในอดีต เช่น การส่งออก หรือ นักท่องเที่ยว สามารถประคองตนเองให้อยู่ได้ ดั่งเช่นเมื่ออดีตประเทศญี่ปุ่น เคยแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 และใช้ของในประเทศช่วยกระตุ้น การใช้จ่ายของภาคประชาชน และเอกชน นักธุรกิจ หรือ ผู้มีศักยภาพมีเงินฝากในธนาคารเพื่อจับจ่ายใช้สอย กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะได้ผลอย่างมาก ในการช่วยประเทศระหว่างการรอการฟื้นตัวของประเทศ

2. เชิญชวน ภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ ธนาคาร และภาคส่วนต่างๆ ร่วมแรงร่วมใจ รวมตัวช่วยเหลือภาคธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น ธนาคารควรลดดอกเบี้ย ลดการชำระหนี้ หรือ พักการชำระหนี้ พร้อมกับตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือธุรกิจ และ กิจการต่างๆ ควบคู่กับภาครัฐและเอกชนที่สามารถรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือธุรกิจทุกภาคส่วน อาทิเช่น ภาคการเกษตร ภาคการผลิต พร้อมส่งเสริมให้มีการซื้อสินค้า ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซื้อผลผลิตจากห้างร้าน โรงงาน หรือสินค้าล่วงหน้าในด้านบริการ เช่น ห้องพัก ทัวร์ สปา ร้านอาหาร  หรือใดใดก็ตาม ให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนภายใต้แพลตฟอร์มของคนไทย แบบออฟไลน์ และ ออนไลน์  ทั้งนี้ จะทำให้เงินทองไม่รั่วไหลและหมุนเวียนภายในประเทศ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้กับภาคประชาชนการลดรายจ่าย คือ สามารถการซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค จากโรงงาน ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง  การเพิ่มรายได้ คือ สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับกิจการที่ปิดตัวลง ให้เกิดทุนหมุนเวียนในจ้างงานต่อไป พร้อมกับการกระจายสินค้าด้วยการขนส่ง ลดการตกงาน ช่วงระหว่างเลิกงาน หรือ วันหยุด เป็นต้น และถือว่าเป็นการกระจายสินค้าชุมชนให้กับประชาชนอีกด้วย

3. ร่วมแรงร่วมใจไทยทั้งชาติ เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีการเสนอให้ทุกคน แสดงพลังศรัทธาสร้างความเข้าใจ เสนอ หรือ แสดงข้อเท็จจริง ในสังคม ประชาชน และเยาวชน ให้เข้าใจในสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งควรเริ่มต้นที่ทุกคน โดยเฉพาะภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคประชาชน โดยใช้ทุกช่องทางในการสื่อสาร นำเสนอพระราชกรณียกิจทุกพระองค์ ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน พร้อมกับประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ประชาชนได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ในหลวงรัชกาลที่ 10)

อย่างไรก็ตาม ประชาชนพร้อมใจกันแสดงเทิดทูนพระมหากษัตริย์ และทำความเข้าใจว่าสถาบันกษัตริย์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นทำเพื่อประชาชน และ ผืนแผ่นดินไทย อย่างแท้จริง และประชาชนควรศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย ว่าประเทศไทยดำรงอยู่ได้ ชาติดำรงอยู่ได้ด้วยความเป็นไทย เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่อดีตกาลมา

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 363 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน