“สามารถ” แนะ “ปิยบุตร-ธนาธร” เลิกอยู่หลังเด็ก อย่าทำตัวแบบเพลง “หนักแผ่นดิน”

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 216 ครั้ง

“สามารถ” แนะ “ปิยบุตร-ธนาธร” เลิกอยู่หลังเด็กหัดทำตัวแบบ ลุงโฮ และคานธี จบนอกแล้วมาพัฒนาชาติตนเอง อย่าทำตัวแบบเพลง “หนักแผ่นดิน”

เมื่อวันที่ 12ก.ย.63 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “สามารถ เจนชัยจิตรวนิช” โดยระบุว่ามีประชาชนส่งข้อมูลมาให้ตนว่าคณะก้าวหน้ามีการปลุกระดมมวลชนไปชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 19 -20 ก.ย.นี้ โดยถนนทุกเส้นทางมุ่งสู่สถานที่ดังกล่าว ใครมีรถก็หาเพื่อนร่วมทางไปด้วยกัน คณะก้าวหน้าขออำนวยความสะดวกกับผู้ที่มีใจรักประชาธิปไตย ด้วยการช่วยแชร์ค่ารถและค่าเดินทาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล คณะก้าวหน้าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปลุกระดมของม็อบอย่างชัดเจน นั้นคือแผน “โยนกระเบื้องล่อหยก” ชัดเจน ทั้งการกู้เงินเพื่อให้โดนยุบพรรค เพื่อปลุกระดม

นายสามารถ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้เพราะ นายธนาธร และ นายปิยบุตร ใช้หลักจิตวิทยาการเมืองนำข้อมูลเท็จมาหลอกลวงชาวบ้าน สร้างความแตกแยกในสังคม ปากบอกประชาธิปไตยแต่ใจจริงแล้วเป็นเผด็จการ โดยขอยกเหตุการณ์ในอดีตว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาในต่างประเทศ อาทิ ท่านโฮจิมินต์ ชาวเวียดนาม, ท่านมหาตมะ คานธี ชาวอินเดีย นำความรู้กลับมาช่วยพัฒนาประเทศ แต่ นายธนาธร และ นายปิยบุตร กลับเรียนจบแล้วมาทำลายประเทศตัวเองเหมือนกับชักศึกเข้าบ้าน

นายสามารถ กล่าวอีกว่า ขอย้อนอดีตตอนสมัยเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1 เพราะมีพระยาจักรีถูกพม่านำไปชุบเลี้ยงและเห็นแก่เครื่องราชบรรณาการที่พม่าเสนอจึงขออาสา โดยกลับมาในกรุงศรีอยุธยาแจ้งว่าสามารถหลบหนีออกมาได้ ขณะนั้น สมเด็จพระมหินทราธิราช เชื่อในคำพูดและมองว่าเป็นคนมีความรู้ความสามารถจึงแต่งตั้งเป็นผู้มีอำนาจ ซึ่งพระยาจักรีนั้นเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ได้ทำการขายชาติ ย้ายคนเก่งไปที่ไม่สำคัญทำให้กรุงศรีฯอ่อนแอลง และได้เปิดประตูเมืองให้พม่าเข้าจึงทำให้เสียกรุงฯ ส่วนการเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 นั้น พระยาพลเทพ ได้ขนดินปืนและเสบียงให้พม่า จึงส่งผลให้พ่ายแพ้แก้สงคราม ทำให้ตนนึกถึงเหตุการณ์ทุกวันนี้คล้ายกับเหตุการณ์ในอดีต ชาวบ้านจึงได้ส่งเพลงหนักแผ่นดินมาให้ นายธนาธร และ นายปิยบุตรได้ฟังว่า “คนใดยุยงปลุกปั่น ไทยด้วยกันหวังให้แตกกระจาย ปลุกระดมมวลชนให้สับสนวุ่นวาย เพื่อคนไทยแบ่งฝ่ายรบกันเอง คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารไทยกันเอง ที่ชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน” คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน

“ขอเตือนสติ นายธนาธร และ นายปิยบุตร ควรเอาอย่าง ท่านโฮจิมินต์ , ท่านมหาตมะ คานธี ที่เรียนจบแล้วกลับมาพัฒนาประเทศบ้านเมืองของตนเอง ไม่ใช่ยุยงปลุกปั้นสร้างความขัดแย้ง โดยใช้หลักจิตวิทยาการเมืองที่ผิดให้ข้อมูลเท็จกับประชาชน และควรหัดทำเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคมเยาวชนคนรุ่นใหม่ ต้องเคารพคำพิพากษาของศาลที่ตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปแล้ว 10 ปี ดังนั้นนาย ธนาธร และ นายปิยะบุตรควรเรียนรู้ว่านักการเมืองในอดีตที่ถูกตัดสิทธิ์เขาทำตัวเช่นไร โดย นายธนาธร และ นายปิยบุตร ไม่เคารพคำตัดสินของศาลเลย แถมยังสร้างความวุ่นวายอีกจึงอยากให้ทบทวนตัวเองด้วย ปากบอกว่าเป็นประชาธิปไตย แต่หัวใจไม่เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ ควรต้องเคารพกฏกติกาด้วย รัฐบาลนี้มีคนเลือกมา 18 ล้านคน ดังนั้นนายธนาธร และ นายปิยบุตร หัดควรฟังเสียงคนอื่นด้วย และให้เลิกทำพฤติกรรมที่แอบอยู่หลังเด็กและเยาวชนด้วย

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 216 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน