“ศาลยุติธรรม” ทำMOU 3 หน่วยงาน เพิ่มประสิทธิภาพสืบหาทรัพย์สินผู้ประกันในคดีอาญา

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 233 ครั้ง

ศาลยุติธรรม ร่วมมือ กรมบัญชีกลาง กรมการขนส่งทางบก และ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ เพิ่มประสิทธิภาพสืบหาทรัพย์สินผู้ประกันในคดีอาญา

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.63 ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการให้บริการฐานข้อมูลบังคับคดีผู้ประกันผ่านระบบ Web Service ระหว่าง สำนักงานศาลยุติธรรม กรมบัญชีกลาง กรมการขนส่งทางบก และ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสืบหาทรัพย์สินและความสะดวกในการรายงานผลการสืบหาทรัพย์สินของผู้ประกันในคดีอาญา โดยมีร.ต.ท.หญิง ศรัณย์กร เลิศโอภาส ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและระเบียบการคลัง กรมบัญชีกลาง, นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และน.ส.ยุภาวรรณ ศิริชัยนฤมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) ร่วมลงนาม

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า สำนักงานศาลยุติธรรมมุ่งเน้นที่จะพัฒนานวัตกรรมเพื่อการอำนวยความยุติธรรมและนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานตามนโยบายประธานศาลฎีกาเพื่อเสริมศักยภาพระบบบริหารจัดการคดีในศาลยุติธรรมและเพื่อให้การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมรวดเร็วง่ายขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานระหว่างองค์กรภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อก้าวสู่ “ดิจิทัล คอร์ท” (Digital Court หรือ D-Court) โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากสำนักงานศาลยุติธรรมต้องรายงานผลการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน และการผ่อนชำระค่าปรับของผู้ประกันในคดีอาญาต่อกรมบัญชีกลางทุก ๆ 3 เดือน จึงได้พัฒนาระบบการเชื่อมต่อฐานข้อมูล ระหว่างระบบฐานข้อมูลการสืบหาหลักทรัพย์และการผ่อนชำระค่าปรับกรณีที่ผิดสัญญาประกันในคดีอาญาของสำนักงานศาลยุติธรรม กับระบบความรับผิดทางละเมิดและแพ่งของกรมบัญชีกลาง ผ่าน web service

นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ประกันในคดีอาญาเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด สำนักงานศาลยุติธรรมยังได้เชื่อมโยงฐานข้อมูลกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ซึ่งเป็นผู้จัดเก็บข้อมูลใบหลักทรัพย์และเอกสารสิทธิต่าง ๆ รวมถึงจัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลหลักทรัพย์ในกรณีที่ผู้ประกันเป็นผู้ถือหุ้น รวมทั้งร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก ในการตรวจสอบข้อมูลการถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะทำให้การบังคับคดีผู้ประกันในคดีอาญาสามารถดำเนินไปได้ด้วยความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดการใช้ทรัพยากรกระดาษ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กฎหมายกำหนด

นายสราวุธ กล่าวอีกว่า การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขององค์กรร่วมกัน ซึ่งขณะนี้สำนักงานศาลยุติธรรมได้สร้างระบบเก็บข้อมูลคดีภายในของศาลยุติธรรม ลักษณะไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จัดเก็บไว้ในที่เดียวรูปแบบ “ฐานข้อมูล BIG DATA” ในอนาคตคาดหวังว่าจะสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการวิเคราะห์ เข้าถึง หรือการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ศาลยุติธรรมและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป จะทำให้การบังคับคดีกับ นายประกัน หรือ ผู้ประกันในการสืบหาหลักทรัพย์เพื่อประโยชน์ของราชการ สามารถชำระค่าปรับตามสัญญาประกันต่อศาลได้ และจะรายงานผลการสืบหลักทรัพย์และหลักประกันต่างๆ ต่อกรมบัญชีกลางตามที่กฎหมายกำหนด โดยสำนักงานศาลยุติธรรมได้เชื่อมโยงกับหลายหน่วยงาน ซึ่งจะมีการใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 233 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน