“ราชทัณฑ์” จับมือ “สพฉ.” พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถานที่คุมขัง

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 193 ครั้ง

กรมราชทัณฑ์ ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ลงนามความร่วมมือ ด้านการแพทย์ฉุกเฉินในสถานที่คุมขังอย่างทั่วถึง เท่าเทียมและมีมาตรฐาน ส่งเสริมให้ความรู้พื้นฐาน พร้อมช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน

วันนี้ (9 ก.ย.63) เวลา 09.00 น. ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ อาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถานที่คุมขัง โดย นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และดร.นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมลงนามสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถานที่คุมขังดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและทบทวนความรู้พื้นฐานในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน และพัฒนาระบบการปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินภายในสถานที่ คุมขังซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษกับศูนย์สั่งการประสานงานในระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ต้องขัง เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินอันเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการคืนเข้าสู่สังคมภายนอก รวมทั้งเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกัน อันจะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพมาตรฐาน โดยได้รับการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินเป็นการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขกับผู้ที่มีสภาวการณ์เจ็บป่วยเฉียบพลันให้พ้นภาวะวิกฤติ เหตุฉุกเฉิน ป้องกันไม่ให้เกิดความพิการและการสูญเสียชีวิต ตลอดจนการจัดการให้ผู้ป่วยได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉินจนพ้นภาวะฉุกเฉิน

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า สพฉ. มีบทบาทหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินให้ได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉิน ตั้งแต่รับรู้การเจ็บป่วยฉุกเฉินจนถึงเริ่มได้รับการบำบัดเจาะจงหรือพ้นภาวะฉุกเฉินทั้งในและนอกสถานพยาบาล ซึ่งการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินเป็นส่วนหนึ่งของบริการสาธารณสุขอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่บัญญัติรองรับไว้ แต่เนื่องจากพื้นที่เรือนจำเป็นพื้นที่ซึ่งต้องมีการควบคุมพิเศษ ทำให้อาจเกิดปัญหาและอุปสรรคในการประสานงาน

“การลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้ จะช่วยพัฒนาระบบการปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินภายในสถานที่คุมขังซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษกับศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัด 1669 ในระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ถูกคุมขังเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน อันเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการคืนเข้าสู่สังคมภายนอก โดย สพฉ. จะจัดเตรียมและสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ เอกสารต่าง ๆ รวมถึงวิทยากร ที่ใช้ในการฝึกอบรม เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การฟื้นคืนชีพเบื้องต้น และการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติสำหรับเจ้าหน้าที่ในสถานที่คุมขัง” ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าว

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และศูนย์สั่งการประสานงานในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ให้ความร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ในการพัฒนาระบบการปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินภายในสถานที่คุมขังซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดการเสียชีวิตจากภาวะฉุกเฉินของผู้ต้องขังได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 193 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน