191 จับ 2 หนุ่มต่างชาติ ขับเบนซ์หรู ค้าอาวุธปืน-ระเบิด ผ่าน “ไลน์-วีแชท”

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 293 ครั้ง

ตำรวจ 191 วางแผนรวบ 2 หนุ่มสิงคโปร์และอินโดนิเซีย ขับเบนซ์หรู ค้าอาวุธปืน-ระเบิดเพียบ ผ่านแอพพลิชั่น “ไลน์-วีแชท” ให้ลูกค้าชาวต่างชาติ แลกเงินสกุลแบบดิจิทัล (บิตคอยน์)

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ก.ย.63 ที่ห้องประชุม ชั้น 1 บก.สปพ.(191) พล.ต.ต.สำราญ นวลมาผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.อัครพล โทยะ, พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รอง ผกก.สายตรวจ และ ร.ต.อ.คหัฐ บุตรเวียงพันธ์ รองสว.งานสายตรวจ2 กก.สายตรวจ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 2 ราย ประกอบไปด้วย นายบิง อายุ 26 ปี ชาวสิงค์โปร์ และนายไอเดน อายุ 32 ปีชาวอินโดนีเชีย พร้อมของกลางรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ สีแดง พร้อมแผ่นป้ายเสียภาษีประจำปีปลอม ระบุเลขทะเบียน ฌท 2289 กรุงเทพมหานคร, รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน ขย 1137 ชลบุรี, อาวุธปืน 7 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 584 นัด, ลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ M67 1 ลูก, ลูกระเบิดขว้างชนิดควันสีแบบ KM18 1 ลูก, ลูกระเบิดขว้างชนิดแสงวาบ จำนวน 2 ลูก โครงปืน, สไลด์ปืน แม็กกาซีน 1 ชุด และแม็กกาซีนปืน 4 ชิ้น โดยจับกุมได้ที่บริเวณคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านสุทธิสาร แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม.

พ.ต.อ.ปิยรัช กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 ได้ทำการสืบทราบว่ามีชายชาวต่างชาติ ใช้รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีแดงเลขทะเบียน ฌท 2289 กรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นรถยนต์ผิดกฎหมาย กระทั่งพบว่ารถคันดังกล่าวได้จอดอยู่ที่คอนโดย่านสุทธิสาร จึงได้เฝ้าสังเกตการณ์ ต่อมานายบิงได้ ลงมาที่รถยนต์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้นและตรวจสอบ ก็พบว่าเอกสารที่ติดรถคันดังกล่าว เป็นเอกสารปลอมจึงทำการจับกุม โดยระหว่างที่ตรวจค้นทางนายบิง ไม่ได้ให้ความร่วมมือมีท่าทีพิรุธ อีกทั้งพบว่าระหว่างตรวจค้นได้มีชาวต่างชาติอีกราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายไอเดน ได้วิ่งเข้าไปที่ห้องพักของนายบิง ก่อนขนกระเป๋าสีดำลงมาใส่รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน ขย 1137 ชลบุรี จึงได้ทำการจับกุมนายไอเดน ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้จากการตรวจค้นในกระเป๋าพบอาวุธปืน ระเบิด เครื่องกระสุนจำนวนมาก จึงนำตัวมาสอบสวนที่กก.สายตรวจ โดยจากการสอบสวนนายบิง ให้การรับว่า อาวุธปืนทั้งหมดเป็นของนายปรอสเปอร์ สัญชาติสิงคโปร์ โดยนำมาจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติผ่านโปรแกรมแอพพลิเคชั่นไลน์ และแอพพลิชั่นวีแชท และมีการซื้อ-ขายกันด้วยเงินสกุลแบบดิจิทัลหรือบิตคอยน์ สอดรับกับคำสารภาพของนายไอเดน ที่ให้การว่า ภายหลังที่นายบิงถูกจับกุม ได้มีนายปรอสเปอร์โทรศัพท์มาสั่งการให้นำอาวุธปืนที่อยู่ในห้องพักของนายบิงไปทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานโดยให้ค่าจ้าง 1 แสนบาท นอกจากนี้จากการตรวจสอบการเข้าออกพบว่านายบิง และนายไอเดน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่านักเรียนนักศึกษาตั้งแต่ปี 2562 ในส่วนห้องพักเช่ามาตั้งแต่เดือนมิ.ย.ในราคาเดือนละ 13,000 บาท อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ได้ประสานทางกองพิสูจน์หลักฐานให้เข้ามาตรวจสอบว่าอาวุธปืนทั้งหมดเคยถูกใช้ก่อเหตุหรือไม่

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร นอกจากนี้ยังแจ้งข้อหานายบิง อีก 1 ข้อหา คือ ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบ สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 293 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน