ป.ป.ส. นำร่อง 135 หมู่บ้านอนุญาตปลูก “กระท่อม” เน้นศึกษา 8 ขั้นตอน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 153 ครั้ง

ป.ป.ส. แจงการกำหนดพื้นที่นำร่องอนุญาต ครอบครองพืชกระท่อม มีขั้นตอนดำเนินการที่รัดกุม พร้อมเพิ่มจำนวนพื้นที่หากชุมชนพร้อมดูแล

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 18 พ.ค.63 เห็นชอบหลักการกำหนดพื้นที่นำร่อง 135 หมู่บ้านหรือชุมชน เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบในการศึกษาการควบคุมดูแลการใช้พืชกระท่อมโดยประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชน ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 58/2 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสังกัดกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขดำเนินงานและกำหนดขั้นตอนในการดำเนินงานแล้ว

นายนิยม กล่าวต่อว่า โดยหลักการสำคัญในการดำเนินงานคัดเลือกพื้นที่นำร่องคือ การมีส่วนร่วมของคนในหมู่บ้านหรือชุมชน เพราะเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมดูแลไม่ให้มีการใช้พืชกระท่อมผิดวัตถุประสงค์ โดยมีขั้นตอนการกำหนดพื้นที่ 8 ขั้นตอน คือ 1.การประเมินและกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 2.การชี้แจงทำความเข้าใจในพื้นที่ 3.การจัดทำคำร้องเพื่อขอเตรียมพื้นที่ 4.การจัดตั้งกลไก 5.สำรวจพื้นที่และบันทึกข้อมูลการขึ้นทะเบียนผ่านระบบสารสนเทศ 6.การจัดทำธรรมนูญชุมชน 7.การจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อควบคุมพืชกระท่อม และ 8.การจัดเวทีประชาคมธรรมนูญชุมชนและแผนปฏิบัติการ ซึ่งคาดว่าทุกขั้นตอนจะแล้วเสร็จในห้วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2563 จากนั้นสำนักงาน ป.ป.ส. จะเสนอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมีมติให้ให้รัฐมนตรีว่าการทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษประกาศให้ท้องที่ใดเป็นท้องที่ที่ทำการเสพพืชกระท่อมได้ไม่เป็นความผิด โดยการเสพและการครอบครองพืชกระท่อมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

“ต้นกระท่อมแต่ละต้นที่ได้รับการอนุญาตให้ครอบครองตามกฎหมาย จะมีการจัดทำทะเบียนเพื่อควบคุมจำนวนและเก็บข้อมูลในการศึกษาวิจัยสารในพืชกระท่อมแต่ละต้นแต่ละสายพันธ์ว่ามีความสัมพันธ์กับพื้นที่และดินที่เพาะปลูกหรือไม่ อย่างไร เพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือทางเศรษฐกิจต่อไป ทั้งนี้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้นโยบายเกี่ยวกับพืชกระท่อมว่าต้องคำนึงถึงทั้งการใช้ประโยชน์และการป้องกันไม่ให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดควบคู่ด้วย” เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าว

นายนิยม กล่าวอีกว่า การกำหนดพื้นที่นำร่อง 135 หมู่บ้าน/ชุมชน จึงเป็นประโยชน์ในการศึกษารองรับนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้ การประกาศพื้นที่ต้องผ่านการประเมินอย่างรัดกุมและเป็นไปตามขั้นตอน และอย่างที่กล่าวข้างต้นคือวัตถุประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบเพื่อการศึกษา จึงต้องเริ่มต้นจากบางพื้นที่ก่อน เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม และสามารถทบทวนการปรับแนวทางการอนุญาตหรือกระบวนควบคุมกำกับดูแลได้ในกรณีที่เกิดปัญหาการใช้ผิดวัตถุประสงค์ อย่างไรก็ตามการปรับแก้กฎหมายปรับพืชกระท่อมไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการใช้หรือเสพพืชกระท่อมอย่างเสรี จึงทำให้ต้องมีการดูแลอย่างดี ทั้งนี้พี่น้องประชาชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ หากพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 153 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน