“ดีแทค” ลุย 5G ไม่หยุดพัฒนาโครงข่าย เพิ่มสปีดความเร็วสูงเพื่อลูกค้า

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 717 ครั้ง

ดีแทคประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจ ปี 2563 พัฒนาประสบการณ์ใช้งานลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพรับส่งข้อมูลดีขึ้นถึง 3 เท่า พร้อมทั้งประกาศแผนพัฒนาบริการ 5G คาดว่าสามารถเปิดให้บริการในพื้นที่ที่กำหนดช่วงครึ่งปีแรก 2563 เปิดให้บริการใหม่ อาทิ dtac@home บน Massive MIMO, เครือข่ายในองค์กร และคอนเทนท์จากพันธมิตร

นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “การได้คลื่นย่านความถี่สูงมาเพิ่มในชุดคลื่นความถี่ของดีแทค ที่มีความพร้อมในคลื่นย่านความถี่ต่ำและความถี่กลางจะทำให้เราส่งมอบประสบการณ์ใช้งานคุณภาพสูงสู่ลูกค้าดียิ่งขึ้น และพัฒนาต่อไปในอนาคต ดีแทคสัญญาว่าจะไม่หยุดพัฒนาโครงข่ายและนำเทคโนโลยีใหม่เพื่อลูกค้าทุกคน ซึ่งสามารถได้รับประสบการณ์ใช้งานดาวน์โหลดที่ได้รับการยอมรับว่าเร็วที่สุดในไทย* สำหรับการคว้าคลื่น 5G (ความถี่ย่าน 26 GHz หรือ mmWave) ทำให้ขณะนี้ดีแทคพร้อมแล้วในการให้บริการทั้งคลื่นความถี่ทั้งย่านต่ำ-กลาง-สูง เพื่อนำเทคโนโลยีชั้นนำให้บริการรับส่งข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดในอนาคต”

#กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี พ.ศ. 2563 (Roadmap 2020) ดีแทคกำลังเปลี่ยนผ่านประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าให้เหมาะสมและตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น การใช้ machine-learning มาช่วยแนะนำให้ตรงความต้องการต่างๆ โดยที่ผ่านมามียอดเพิ่ม 38% จากขายผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่ม และจากดีแทครีวอร์ดที่พัฒนารูปแบบใหม่ให้เหมาะสมและตรงใจยิ่งขึ้นโดยดีแทคจะพัฒนาให้เหมาะสมยิ่งขึ้นตลอดปี 2563

สำหรับการปรับปรุงโครงข่ายและเพิ่มประสบการณ์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ดีแทคยังได้ปรับองค์กรสู่รูปแบบการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ในปี พ.ศ.2562 ดีแทคได้เพิ่มพนักงานอีก 25% ที่มีทักษะดิจิทัล เช่น ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต การวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดการระบบธุรกิจอัจฉริยะ ทั้งนี้ ด้วยความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มเทเลนอร์ดีแทคตั้งเป้าที่จะเพิ่มพนักงานที่มีทักษะดังกล่าวอีก 50% ในปี พ.ศ.2563 นอกจากนั้น รูปแบบการทำงานแบบ Agile ของดีแทคยังช่วยลดการทำงานที่ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เหลือเพียงเป็นชั่วโมง และทำให้ออกแบบบริการเพื่อลูกค้าได้ในเวลารวดเร็วอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

นายชารัด กล่าวต่อไปว่า “ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของปี 2562 ทำให้เรามั่นใจที่จะมุ่งสู่การยกระดับประสบการณ์ใช้งานโครงข่ายเพื่อลูกค้าต่อไป และนำเสนอบริการที่ตรงความต้องการเพิ่มมากขึ้น เราจะเปลี่ยนผ่านสู่เรื่องดิจิทัลให้ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้าของเรา และเปลี่ยนองค์กรของเราเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดีแทคไม่หยุดพัฒนาเพื่อประสบการณ์ลูกค้า และเตรียมพร้อมองค์กรสู่อนาคต”

#พัฒนาคุณภาพโครงข่ายดีกว่าเพื่อทุกคน การดำเนินธุรกิจในปีนี้ ดีแทคมุ่งมั่นจะยกระดับประสิทธิภาพโครงข่ายเพื่อลูกค้าทุกคน นอกจากดีแทคจะเปิดบริการ 5G แล้ว ดีแทคยังให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพโครงข่ายปัจจุบันเพื่อสัญญาณขยายครอบคลุมการใช้งาน และเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งดีขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า

“ดีแทคเร่งขยาย Massive MIMO เทคโนโลยีความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ใช้งานหนาแน่นทั่วประเทศ และขยายโครงข่ายเพื่อให้บริการเพิ่มอีกหลายพันสถานีฐานสำหรับการใช้งาน 4G คลื่น 2300 MHz ที่ให้บริการบนคลื่นทีโอที เพื่อยกระดับประสบการณ์รับส่งข้อมูลดีกว่าเดิม และเพิ่มการครอบคลุมพื้นที่ใช้งานยิ่งขึ้น ดีแทคคาดว่าจะมีสถานีฐานให้บริการ 4G คลื่น 2300 MHz มากกว่า 20,000 สถานีในปลายปี 2563” นายชารัด กล่าวเพิ่มเติม

#ก้าวต่อไปสู่ 5G จากการประมูลคลื่นความถี่ล่าสุด ดีแทคได้ถือครองคลื่น 5G ความถี่ย่าน 26GHz จำนวน 200 MHz ซึ่งสามารถนำมาให้บริการ 5G อินเทอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ไร้สายประจำที่ ซึ่งจะทำความเร็วได้สูงสุดราว 1Gbps ในพื้นที่ที่กำหนดเปิดให้บริการ คาดว่าจะเปิดให้บริการราวครึ่งปีแรกของ ปี 2563

การขยายโครงข่าย 5G บนคลื่น 700 MHz เพื่อเพิ่มการครอบคลุมใช้งาน 5G โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคของประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มติดตั้งโครงข่ายได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

ในปี 2563 ดีแทคมีแผนพัฒนานวัตกรรมบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการใช้งาน 5G ไร้สายความเร็วสูง อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงประจำที่ และคอนเทนท์รูปแบบใหม่ โซลูชั่นอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ IoT สำหรับอุตสาหกรรม และพัฒนารูปแบบใช้งาน

“การได้คลื่น 5G เป็นแค่การเริ่มต้นของเส้นทาง ซึ่งยังมีส่วนประกอบต่างๆ อีกมากที่จะตามมาในไตรมาสต่างๆ ของปีนี้ เป้าหมายของเราคือไม่หยุดพัฒนาโซลูชั่นในการเชื่อมต่อการใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ไม่ว่าจะการใช้งานของลูกค้าในเมือง ในพื้นที่ภูมิภาค เรามุ่งมั่นที่จะเชื่อมต่อลูกค้ากับสิ่งที่สำคัญที่สุดและเพิ่มศักยภาพให้สังคม” นายชารัด กล่าวในที่สุด

#เกี่ยวกับคลื่น 26 GHz – คลื่น 26 GHz หรือ mmWave เป็นคลื่นความถี่สูงที่มีคุณสมบัติพิเศษ เหมาะสำหรับการใช้งานความเร็วสูงสุดเพื่อรับส่งข้อมูล และสามารถเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานในปริมาณมากพร้อมทั้งมีความแม่นยำในการใช้งาน เพื่อรองรับนวัตกรรม 5G ต่างๆ ในอนาคตได้อย่างแท้จริง โดยสามารถนำมาพัฒนาคอนเทนท์ร่วมกับการใช้ VR หรือ AR รวมถึงออกแบบบริการ 5G เพื่อสาธารณสุขในที่ห่างไกล เป็นต้น

#เกี่ยวกับ Massive MIMO technology – Massive MIMO คืออุปกรณ์รับส่งสัญญาณที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 4G LTE-TDD ให้มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งยังเพิ่มความสามารถ (Capacity) ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อใช้งานรับชมวิดีโอ ความละเอียดสูง แบบ Full HD และการใช้งานอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นและบริเวณตึกสูงอย่างในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานข้อมูลในปริมาณมาก การนำเทคโนโลยี Massive MIMO มาใช้ นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคมไทย เพื่อรองรับการใช้งานยุคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในอนาคตสำหรับดีแทค

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 717 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน