ราชทัณฑ์จับมือสถาบันนิติวิทย์ฯ ทำระบบฐานข้อมูล DNA นักโทษป้องกันทำผิดซ้ำ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 144 ครั้ง

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมราชทัณฑ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดทำระบบฐานข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์ ผู้กระทำความผิด/ผู้ต้องขัง เก็บสารพันธุกรรม DNA (ดีเอ็นเอ) เพื่อป้องปรามการกันกระทำผิดซ้ำ และเชื่อมโยงข้อมูลสามารถพิสูจน์ตัวบุคคลที่กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว

วันที่ 13 ก.พ.63 เวลา 10.30 น. ที่ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ กรมราชทัณฑ์ โดยมี พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ การจัดทำระบบฐานข้อมูลผู้กระทำความผิด/ผู้ต้องขัง การใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้านนิติวิทยาศาสตร์ มีนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายโกมล พรมเพ็ง รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน เพื่อให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย และการบริหารความยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการป้องกันปัญหาอาชญากรรม และสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม โดยแนวทางในการดำเนินการของกระทรวงยุติธรรมได้ให้ความสำคัญทั้งในเรื่อง การอำนวยการยุติธรรม การลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความทุกข์ยาก สร้างความสามัคคี และส่งเสริมคนดีสู่สังคม รวมถึงเรื่องจำเป็นเร่งด่วนในการเร่งรัดต้านภัยยาเสพติด การปราบปรามทุจริต คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการสร้างกระบวนการยุติธรรมให้ยั่งยืน

ซึ่งจะทำให้กระทรวงยุติธรรมมีฐานข้อมูลสารพันธุกรรมของผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังในเรือนจำทั่วประเทศ สามารถใช้เป็นกลไกในการป้องปรามและปราบปรามการกระทำความผิดซ้ำของผู้ที่พ้นโทษเสริมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและสังคมในกระบวนการการคืนคนดีสู่สังคมของกรมราชทัณฑ์ และสามารถนำไปใช้ในการตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ โดยใช้กระบวนการตรวจพิสูจน์และเปรียบเทียบทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงเป็นศูนย์กลางฐานข้อมูล สารพันธุกรรมมีจำนวนฐานข้อมูลเพิ่มขึ้น

“สำหรับการตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรมใช้ในการสืบสวน สอบสวน ป้องปราม ปราบปรามอาชญากรรม และอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและป้องกัน ผู้ที่จะกระทำความผิดไม่ให้กระทำความผิดซ้ำ รวมถึงการนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างกันในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง” พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าว

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ กล่าวว่า การบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เป็นความร่วมมือกันเพื่อจัดระบบฐานข้อมูลบุคคลของผู้กระทำผิด/ผู้ต้องขังและมีการเก็บสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) โดยการยินยอมของผู้ต้องขัง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วหากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งระบบฐานข้อมูลดังกล่าว จะเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันและลดการเกิดการกระทำผิดซ้ำอย่างเป็นระบบและจะช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมได้อย่างเหมาะสม

ด้าน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ เพื่อจะทำให้กระทรวงยุติธรรมมีฐานข้อมูลสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ ของผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังในเรือนจำทั่วประเทศ และใช้เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีทุกขั้นตอน ให้รวดเร็ว เกิดความเป็นธรรม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงาน ซึ่งสามารถใช้เป็นกลไกในการป้องปรามและปราบปรามการกระทำความผิดซ้ำของผู้ที่พ้นโทษได้ รวมถึงการช่วยเหลือและสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีอาญาตามที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอให้บริการนิติวิทยาศาสตร์เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยการเก็บข้อมูลจะอยู่บนพื้นฐานความยินยอมของตัวผู้ต้องขัง เพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งสามารถใช้ติดตามผลและนำไปใช้ในการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 144 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน