“ธรรมนัส-ยุทธนา” จับมือ กทบ. เดินหน้านำที่ดินของราชการ ใช้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 832 ครั้ง

วันนี้ (22 ม.ค.63) ที่ห้องประชุม 801 กรมธนารักษ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ และนายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือตกลงร่วมกันนำที่ดินของราชการมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน และสังคม เพื่อขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ผมดูแลที่ สปก., อตก. และกรมพัฒนาที่ดิน ต่อจากนี้ไป จะมีการกำหนดทิศทางในการเข้าถึงหมู่บ้านและชุมชนเมืองในอนาคต โดยนโยบายจาก ท่านสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางไว้เป็นหลักการว่า หาก 3 องค์กรนี้ เดินทางไปด้วยกัน โดยมีพี่เลี้ยง ซึ่งอาจจะเป็น ธกส. หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือสถาบันการเงินอื่นๆ เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้กับเรา ซึ่งทาง กรมธนารักษ์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้มอบสิทธิทำกินที่และที่อยู่อาศัย ขณะที่ คุณรักพงษ์ ก็ดูแลกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้กำหนดให้ชัดเจนว่ากองทุนหมู่บ้านจะใช้เงินไปในเรื่องอะไรบ้างทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ต่อไปจะมีการกำหนดทิศทางเพื่อขับเคลื่อนและเดินไปในทิศทางเดียวกัน

รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า ต่อไปนี้เราจะเลือกชุมชนที่เป็นหมู่บ้าน โดยต้องเลือกหมู่บ้านที่เดือดร้อนที่สุด โดยเรามีเป้าหมายอยู่แล้ว คือ ณ เวลานี้ปัญหาพี่น้องประชาชนทางภาคอีสานที่เราไปมอบ สปก.ให้ มีปัญหาคือไม่สามารถเอาไปต่อยอดอะไรได้ คือประชาชนได้ที่ดินไปแต่ขาดสภาพคล่องในการต่อยอด ซึ่ง ณ เวลานี้ ผมได้กำหนดนโยบายชัดเจนว่า ในการมอบที่ดินให้ชาวบ้าน ต่อไปต้องมอบสาธารณูปโภคทั้งหมดให้เขาด้วย เช่น ถนนหนทางและไฟฟ้า ต้องมอบไปด้วย ไม่ใช่ไปมอบที่ดินตาบอดให้แล้วเขาไม่สามารถนำไปต่อยอดอะไรได้ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปคือการให้อาชีพ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ในแต่ละบริบท ในแต่ละจังหวัดจะไม่เหมือนกัน เราจะต้องดูว่าแต่ละพื้นที่ มีความเหมาะสมกับอะไร ผมยกตัวอย่างเช่นที่ผมเดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดยะลา ที่ตำบลบูดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พื้นที่นี้เหมาะสำหรับการปลูกข้าว โดยที่ผ่านมาการปลูกข้าว ชาวบ้านก็ทำไปตามวิถีของเขา ไม่มีกรมวิชาการเกษตรเข้าไปช่วย ไม่มีกรมพัฒนาที่ดินเข้าไปกำกับดูแลคุณภาพดิน ไม่มีการตลาด ซึ่งต่อจากนี้เราก็จะเข้าไปดูแลให้แล้วก็ทำเป็นโมเดล ซึ่งจะไปทำในภาคใต้ต่อไป ส่วนภาคอีสาน เราก็จะเลือกเอาจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งหรือชุมชนใดชุมชนหนึ่งขึ้นมาทำเป็นโมเดล แล้วนำไป ใช้ในชุมชนอื่นต่อไป

ส่วน นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า การร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เดินหน้านำที่ดินของราชการไปใช้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยการแถลงข่าวในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรักพงษ์ เซ่งเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว จึงเกิดความร่วมมือกันในวันนี้ เพื่อทำความตกลงร่วมกันในการนำที่ดินของราชการมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งในระดับชุมชนและสังคมด้วย ตลอดจนมุ่งหวังให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของชุมชนและสังคม ฐานรากให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

“เมื่อรัฐจัดสรรที่ดินของราชการโดยสร้างประโยชน์ในที่ดินนั้นให้แก่ประชาชนแล้ว ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย ทำการเกษตรกรรม หรือประกอบกิจการต่างๆ ในที่ดินของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะเป็นส่วนช่วยให้คุณภาพชีวิตประชาชนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐได้อีกทางหนึ่งด้วย” อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าว

ด้าน นายรักพงษ์ เซ่งเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กทบ. กล่าวว่า รู้สึกยินดีและจะนำนโยบายที่ได้ร่วมหารือกันทั้ง 3 องค์กรในวันนี้ ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนต่อไป

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 832 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน