ศาลยุติธรรม จับมือ กรุงไทยพัฒนาระบบศาลดิจิทัลสู่ e-Filing Version 3

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 351 ครั้ง

สำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมกับ กรุงไทย พัฒนายกระดับระบบศาลดิจิทัลสู่ e-Filing Version 3 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพิจารณาพิพากษาคดีสะดวกสบายมากขึ้น ทนายความทั่วประเทศสามารถยื่นฟ้องผ่านเว็บไซต์ไม่ต้องมาศาล จำเลยยื่นคำให้การผ่านระบบได้และคู่ความติดตามคดีได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ร่วมแถลงข่าวการยกระดับระบบศาลดิจิทัล สู่ระบบการยื่นคำฟ้องอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) Version 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาพิพากษาคดี และความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยทนายความทั่วประเทศ สามารถยื่นคำฟ้องอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางเว็บไซต์ ไม่ต้องเดินทางไปยื่นฟ้องที่ศาล ขณะที่จำเลยสามารถยื่นคำให้การผ่านระบบได้เช่นเดียวกัน ด้านผู้พิพากษาสามารถรับฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์ หากคดีไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องทำสำนวนกระดาษ ศาลไม่ต้องหาพื้นที่จัดเก็บสำนวนที่มีเพิ่มมากขึ้น และคู่ความยังสามารถติดตามคดีได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์พันธกิจที่จะพัฒนาและสร้างระบบสนับสนุนอำนวยความยุติธรรมให้มีความรวดเร็ว สะดวก ทันสมัย และเป็นสากล

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารกรุงไทยและสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ลงนามความร่วมมือในการพัฒนาระบบศาลดิจิทัล เพื่อส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาพิพากษาคดี การบริหารจัดการ และการให้บริการประชาชน เชื่อมฐานข้อมูลในกระบวนการยุติธรรม เพิ่มความสะดวกสบายในการให้บริการประชาชน โดยร่วมกันพัฒนาและขยายผลระบบการยื่นและส่งคำคู่ความและเอกสารโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ให้ครอบคลุมศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ศาลซึ่งพิจารณาคดีแพ่ง 148 แห่งจาก 157 แห่งทั่วประเทศได้เข้าร่วมโครงการ มีผู้ใช้บริการกว่า 3,267 คดีแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ที่ผ่านมา ธนาคารและสำนักงานศาลยุติธรรม ได้นำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในระบบงานต่างๆ เพื่อยกระดับระบบศาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยร่วมพัฒนาระบบ e-Filing อย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ได้เข้าสู่ Version 3 ด้วยการนำระบบการยื่นคำฟ้องอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาคดีความมากยิ่งขึ้น ช่วยอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาให้กับทนายความทั่วประเทศที่ขึ้นทะเบียนในระบบจำนวน 2,808 คน ซึ่งแต่ละปีต้องยื่นฟ้อง 1.2 ล้านคดี หากมาใช้ระบบ e-Filing จำนวนมากจะช่วยให้ศาลสามารถ ลดพื้นที่การจัดเก็บสำนวนกระดาษที่ศาลได้ขึ้นอีกมาก”

สำหรับ e-Filing Version 3 นี้ ทนายความสามารถยื่นคำฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทางเว็บไซต์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องมายื่นคำฟ้องที่ศาล ทางด้านทนายจำเลยสามารถยื่นคำให้การ ขอคัดถ่าย และดูเอกสารในสำนวนคดีผ่านระบบนี้ได้ รวมทั้งสามารถติดตามเอกสารได้ตลอดเวลา ส่วนเจ้าหน้าที่ศาลสามารถตรวจสอบเอกสารยื่นคำฟ้อง คำร้อง พร้อมให้ความเห็นและส่งงานให้ผู้พิพากษาได้ ซึ่งผู้พิพากษาสามารถประทับรับฟ้องได้

ทั้งนี้ ระบบ e-Filing Version 3 ปัจจุบัน สามารถรองรับการพิจารณาคดีในส่วนของคดีแพ่ง โดยทางสำนักงานศาลยุติธรรมมีแผนขยายไปยังการพิจารณาคดีอาญา และขยายการให้บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ผ่านทางธนาคารกรุงไทย โดยธนาคารเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินกับผู้ใช้บริการ e-Filing ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของสำนักงานศาลยุติธรรมอย่างครบวงจรด้วยการชำระผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต เคาน์เตอร์ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม เว็บไซต์ ตลอดจนแอปพลิเคชั่นกรุงไทย NEXT

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 351 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน