บุกจับหมอเถื่อน คาบ้านย่านเพชรเกษม ลักลอบเปิดคลินิกสายตา

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 266 ครั้ง

กรม สบส. ร่วมกับ อย. และ บก.ปคบ. ทลายคลินิกสายตาเถื่อน นำที่พักมาดัดแปลงเป็นคลินิกให้บริการตรวจรักษาโรคที่เกี่ยวกับดวงตา พบผิดตั้งแต่สถานที่ ยันผู้ให้บริการ ไม่รอช้าสั่งฟันโทษทันที 5 ข้อหา

วันนี้ (20 พ.ย.62) เวลา 11.00 น. นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.บก.ปคบ. และพ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ สบส. เจ้าหน้าที่ อย. และเจ้าหน้าที่บก.ปคบ. นำหมายค้นบุกบ้านเลขที่ 79/217 หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยเพชรเกษม 48 แยก16 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม.

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรม สบส.ได้รับเบาะแสการประกอบกิจการคลินิกเถื่อน ในย่านภาษีเจริญ โดยนำบ้านพักมาดัดแปลงเป็นคลินิกให้บริการรักษาโรคเกี่ยวกับกับดวงตา และมีผู้เสียหายเกิดอาการตาอักเสบจากการรับบริการ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของประชาชน จึงต้องเร่งดำเนินการปราบปรามมิให้มีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น จึงเข้าดำเนินการกับคลินิก “พัฒนาสายตา” ตั้งอยู่ ในซอยเพชรเกษม 48 แยก 16 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคลินิกเถื่อนแห่งนี้ ให้บริการรักษาอาการความผิดปกติที่เกี่ยวกับดวงตา อาทิ สายตาสั้น/ยาว/เอียง ต้อหิน ต้อกระจก วุ้นในตาเสื่อม ฯลฯ ด้วยวิธีการหยอดยา ประคบยา ฝังเข็ม หรือสะกิดเส้น ฯลฯ เปิดทำการทุกวันพุธ เสาร์ และอาทิตย์ มาเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ปี โดยมีหญิงวัยกลางคน เป็นเจ้าของสถานที่และผู้ให้บริการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าหญิงรายดังกล่าว มิได้ขออนุญาตและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบโรคศิลปะ อีกทั้ง ยาสมุนไพรที่ใช้ประกอบการรักษาก็ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงแจ้งข้อหาการกับผู้กระทำผิด จำนวน 5 ข้อหา ประกอบด้วย

1) ประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2) ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3) ประกอบโรคศิลปะโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4) จำหน่ายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
5) จำหน่ายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

นายแพทย์ธเรศ กล่าวต่อว่า การรับบริการทางการแพทย์ทุกชนิด จะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน อย่าด่วนตัดสินใจรับบริการเพียงเพราะคำบอกเล่าปากต่อปาก หรือราคาที่ถูก โดยเฉพาะการรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับดวงตาซึ่งเป้นอวัยวะที่มีความบอบบางยิ่งต้องตรวจสอบให้ดีมิฉะนั้นอาจได้รับผลกระทบจนถึงขั้นพิการตาบอดได้ โดยจะต้องตรวจสอบหลักฐานสำคัญ 4 ประการ เพื่อยืนยันว่าเป็นสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งประกอบด้วย 1.ป้ายชื่อคลินิกต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก 2.มีการแสดงใบอนุญาตเปิดกิจการคลินิก เลขใบอนุญาตต้องตรงกับเลขที่ที่ติดที่ป้ายชื่อคลินิก 3.มีการแสดงหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคลินิกที่เป็นปีปัจจุบัน 4.มีการแสดงหลักฐานของแพทย์ที่ให้บริการในคลินิก โดยมี ชื่อ-นามสกุล และภาพถ่ายติดที่หน้าห้องตรวจ โดยสามารถตรวจสอบชื่อคลินิกได้ที่เว็บไซต์สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรม สบส.(http://mrd-hss.moph.go.th) และตรวจสอบชื่อแพทย์ได้ที่เว็บไซต์แพทยสภา (https://tmc.or.th) หากไม่พบรายชื่อหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนไม่ควรรับบริการ และหากอยู่ในเขตกรุงเทพฯให้แจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรม สบส.หมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7057 แต่หากอยู่ในส่วนภูมิภาคสามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 266 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน