กรมศุลกากรจัดงานเสวนา การให้บริการรับชำระค่าภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ มุ่งอำนวยความสะดวกอย่างไร้ขีดจำกัด

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 453 ครั้ง

กรมศุลกากรจัดงานเสวนา “การให้บริการรับชำระค่าภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านช่องทางการให้บริการของธนาคารและตัวแทนรับชำระ”เพื่อประชาสัมพันธ์เชิงรุก และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการชำระค่าภาษีอากรฯ ผ่านระบบ e-Payment ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก วิภาวดี กรุงเทพฯ

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่กรมศุลกากรได้มีระบบการชำระค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม รายได้อื่น และเงินประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Payment โดยวิธีตัดบัญชีผู้ประกอบการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้พัฒนาระบบการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Bill Payment) โดยสามารถชำระเงินผ่านช่องทางการให้บริการของธนาคารและตัวแทนรับชำระ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2562 เป็นต้นมา ปัจจุบันมี 8 หน่วยงาน ที่เข้าร่วมโครงการฯ ดังกล่าว โดยแบ่งเป็นธนาคาร จำนวน 6 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

“ซึ่งผู้ประกอบการสามารถชำระผ่านช่องทางการให้บริการของแต่ละธนาคารที่เปิดให้บริการ อาทิ การชำระผ่านระบบ Internet Banking, Mobile Banking, ATM และเคาน์เตอร์ธนาคาร รวมทั้งการชำระผ่านตัวแทนรับชำระ (Non-bank) จำนวน 2 ราย ได้แก่ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด และ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อให้ระบบการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากร (Bill Payment) ประสบผลสำเร็จ และเข้าสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริงตามนโยบายรัฐบาล”

กรมศุลกากรได้ร่วมมือกับธนาคารและตัวแทนรับชำระทั้ง 8 แห่ง ดังกล่าวข้างต้น จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “การให้บริการรับชำระค่าภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านช่องทางการให้บริการของธนาคารและตัวแทนรับชำระ” โดยนายกรีชา เกิดศรีพันธุ์ เลขานุการกรม กรมศุลกากร และตัวแทนจากธนาคารและตัวแทนรับชำระ ร่วมชี้แจง ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ รวมทั้งให้คำแนะนำวิธีการชำระผ่านระบบ Bill Payment เพื่อผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ นอกจากนั้นแล้ว ได้จัดให้มีช่วงธนาคารพบผู้ประกอบการโดยตรง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการไม่ต้องไปติดต่อสอบถามที่ธนาคารและสามารถสมัครขอใช้บริการของธนาคารได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งการเสวนาครั้งนี้มีเป้าหมายเฉพาะ เพื่อสร้างความเข้าใจและเชิญชวนให้ผู้ประกอบการที่สนใจระบบ Bill Payment และผู้ประกอบการที่มีการชำระค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และรายได้อื่น ๆ ด้วยแคชเชียร์เช็คในอันดับต้น ๆ จำนวน 140 บริษัท มาชำระค่าภาษีผ่านระบบ Bill Payment ทั้งนี้กรมศุลกากรจะจัดให้มีการเสวนาในลักษณะนี้ต่อไป โดยจะเชิญผู้ประกอบการที่มีการชำระด้วยแคชเชียร์เช็คเรียงตามลำดับ อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการรายอื่นที่สนใจต้องการเข้าร่วมเสวนาก็สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมเสวนาได้ที่กรมศุลกากร ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

สำหรับธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า กรมศุลกากรให้ความไว้วางใจธนาคารกรุงไทย ในการให้บริการรับชำระค่าภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทางของธนาคาร โดยร่วมกันพัฒนาระบบและเชื่อมโยงข้อมูลการรับชำระเงินแบบ Real time ทั้งสาขา เครื่องเอทีเอ็ม บริการ Krungthai NEXT และ Krungthai Corporate Online ซึ่งก่อนหน้านี้ ธนาคารได้ออกบัตร Krungthai Logistics Card ซึ่งเป็นบัตรเดียวในไทย ที่สามารถชำระค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และรายได้อื่น ๆ ทั้งการนำเข้าและส่งออก ครอบคลุมทุกประเภทการจ่ายของหน่วยงาน กรมศุลกากร รองรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่กรมศุลกากร และธนาคารกรุงไทย ร่วมกันส่งเสริมระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติของภาครัฐ (National e-Payment Master Plan) โดยนำเทคโนโลยีมาให้บริการกับลูกค้าและผู้ประกอบการ เพื่อลดธุรกรรมด้านเงินสดและเช็ค อันจะนำไปสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless society) เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้กับผู้ประกอบการและผู้ชำระภาษีไม่ต้องนำเงินสดหรือเช็คไปชำระที่หน่วยงานศุลกากร ในส่วนของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ก็ไม่ต้องมีภาระในการนับเงินและนำเงินไปฝากที่ธนาคาร อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบรายงานการรับชำระเงินที่บริการ Krungthai Corporate Online ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายพิพัฒน์ อัสสมงคล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ รับผิดชอบ ผลิตภัณฑ์ Cash Management และพาณิชย์บริการ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้ร่วมสนับสนุนระบบการชำระค่าภาษีอากรผ่านระบบ e-Payment ตามนโยบายของกรมศุลกากรอย่างต่อเนื่อง โดยได้พัฒนาและยกระดับบริการรับชำระค่าภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Bill Payment โดยการเพิ่มช่องทางที่หลากหลายสำหรับการชำระภาษีใบสั่งเก็บใบขนสินค้าและใบแจ้งหนี้ ทั้งเคาน์เตอร์สาขาธนาคาร ตู้ ATM และ Bualuang mBanking โดยระบบจะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการชำระเงิน แบบ Real time เพื่อลดความผิดพลาดและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ธนาคารยังมีบริการ Customs Paperless e-Payment หรือบริการชำระภาษีศุลกากรออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดเวลา ลดปริมาณเอกสารและขั้นตอนการทำงาน ขณะเดียวกันยังช่วยให้สามารถบริหารจัดการสภาพคล่องของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งธนาคารเชื่อมั่นว่า ระบบการชำระเงินดังกล่าวจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ลดระยะเวลาและขั้นตอนการทำธุรกรรม และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตสู่ตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน

นางยิ่งลักษณ์ คงคาสัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกรรมการเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงศรีฯ มีความพร้อมและยินดีที่ได้ร่วมกับกรมศุลกากร ในการให้บริการรับชำระค่าภาษีอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร โดยระบบธนาคารสามารถรับชำระได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้ประกอบการในการชำระภาษีอากร ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบสถานะการชำระเงินได้ทันที นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกชำระผ่านสาขาธนาคารทั่วประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรีฯ ในการพัฒนาระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแห่งชาติ (National e-Payment)

นางกิติยา ฤกษ์ภูริทัต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทย เป็นหนึ่งในธนาคารศุลกากร (Customs Bank) ของกรมศุลกากร มีความพร้อมให้บริการรับชำระเงิน ด้วยช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย สำหรับผู้ที่ต้องการชำระเงินให้แก่ กรมศุลกากรทุกกลุ่ม ทั้งผู้ชำระที่เป็นลูกค้าบุคคลลูกค้าเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยช่องทางบริการที่หลากหลายและครอบคลุม ลดขีดจำกัดด้านเวลา และการเดินทาง ด้วยนวัตกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อชำระค่าพิธีการศุลกากรใบสั่งเก็บเงิน และค่าธรรมเนียม ผ่านระบบ e-Bill Payment ของธนาคารกสิกรไทย

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมุ่งมั่นพัฒนาช่องทางการรับชำระเงินที่แตกต่างเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจรายใหญ่กับบริการ K-Cash Connect Plus ที่จะช่วยส่งเสริมการดำเนินงานในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ได้แก่ มิติด้านความสะดวกสบายและรวดเร็ว : ด้วยระบบที่รองรับการสั่งจ่ายเงินที่มีเงื่อนไขซับซ้อนของลูกค้าธุรกิจรายใหญ่บริการ K-Cash Connect Plus สามารถช่วยให้อนุมัติการสั่งจ่ายด้วยเงื่อนไขตามที่ต้องการ มิติด้านความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากล : เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้น ด้วยระบบ OTP ผ่าน Secure Pass และมิติด้านวงเงินในการชำระเงิน : โดยสามารถกำหนดวงเงินชำระได้ตามที่ต้องการไม่จำกัดวงเงินในแต่ละครั้ง”

นายอิทธิพันธ์ เจียกเจิม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย Global Transaction Banking Services ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์มีความมุ่งมั่นส่งเสริมให้สังคมไทยปรับเปลี่ยนรูปแบบการชำระภาษีอากรมาสู่การใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากช่วยเพิ่มทั้งความสะดวกรวดเร็ว เสริมความคล่องตัว และลดช่วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ถือเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจในภาพรวม โดยธนาคารไทยพาณิชย์ได้พัฒนาช่องทางการชำระภาษีอากรที่เชื่อมระบบข้อมูลกับกรมศุลกากรอย่างถูกต้องแม่นยำ ด้วยช่องทางที่หลากหลายพร้อมรองรับความต้องการใช้บริการของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยลูกค้าธุรกิจสามารถชำระภาษีผ่านแพลตฟอร์ม SCB Business Net และ SCB Business Anywhere สำหรับลูกค้าบุคคลสามารถชำระภาษีผ่าน SCB Easy App ได้ตลอด 24 ชม. ทั้งนี้การชำระภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์นับเป็นกลไกหนึ่งที่เราสามารถร่วมมือกันช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์แบบ

นายวีรเดช อัครผลพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด มาพร้อมกับบริการที่จะทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถชำระภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ (Bill Payment) อาทิ ค่าใบขนสินค้า ค่าใบสั่งเก็บและค่าธรรมเนียมกรมศุลกากร ผ่านจุดให้บริการรับชำระเงินเคาน์เตอร์เซอร์วิสทั้งในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และตัวแทนจุดให้บริการรับชำระเงินอื่น ๆ ที่มีสัญลักษณ์เคาน์เตอร์เซอร์วิส รวมกว่า 13,000 สาขา ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เรามุ่งพัฒนาระบบเพื่อยกระดับการให้บริการ ช่วยให้ความสะดวก เพิ่มความปลอดภัยในทรัพย์สิน อีกทั้งสามารถช่วยลดเวลาการทำธุรกรรมของผู้ประกอบการที่สนใจชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และเรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับผู้ใช้บริการทุกท่านต่อไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับผู้ใช้บริการทุกท่านต่อไป

ด้าน บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า โดย ดร.ปิยะวรรณ ปิยะพงษ์ รองประธานฝ่ายธุรกิจบริการและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า การเปิดให้บริการรับชำระค่าภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ของกรมศุลกากร ด้วยใบขนสินค้า และใบสั่งเก็บ เป็นการช่วยเพิ่มความสะดวกในการชำระภาษีให้เป็นเรื่องง่าย โดยสามารถนำใบชำระเงิน ทั้ง 2 รายการ มาชำระผ่านบริการ BIG C BIG Service (บิ๊กซี บิ๊กเซอร์วิส) ได้ทุกเคาน์เตอร์แคชเชียร์ที่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์, บิ๊กซี มาร์เก็ต, มินิบิ๊กซี และร้านขายยาเพรียว โดยมีสาขารวมทั้งสิ้นกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 453 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน