รวบอดีต รปภ. ใช้ค้อนตีแม่ค้าผัดไทนำเงินเที่ยวเตร่

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง

วันนี้ (10 ส.ค.62) เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พร้อม พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ชนะสงคราม, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.ไตรรัตน์ เพ็งนู รอง ผกก.สส.สน.ชนะสงคราม ตำรวจชุดสส.สน.ชนะสงคราม และ สส.บก.น.1 ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายศักดิ์สิทธิ์ เอี่ยมฉวี อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1270/2562 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ในข้อหา “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส” โดยจับกุมได้ที่ปากซอยหมู่บ้านสวีทโฮมปาร์ค หมู่ 14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

พล.ต.ต.ดร.เสนิต กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงดึกวันที่ 8 ส.ค. เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหายที่ลานจอดรถกองสลากเก่า หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวน สน.ชนะสงคราม กก.สส.บก.น.1 และ บก.สส.บก.น.1 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาพยานหลักฐาน พบค้อนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ และภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าหลังเกิดเหตุ คนร้ายได้โบกรถแท๊กซี่ สีชมพู มุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวมาสอบปากคำ ถึงรูปพรรณสัญฐานของคนร้าย ทราบว่าคนร้ายเป็นชายผมเกรียน สวมชุดชาฟารี สีน้ำเงิน สูงประมาณ 165-170 ซม. จึงเชิญผู้เสียหายมาชี้ตัวปรากฎว่าเป็นคนเดียวกับคนที่ก่อเหตุ จึงขอศาลอนุมัติออกหมายจับจนสามารถจับกุมได้

พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองเคยทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยมาหลายแห่ง แล้วก่อเหตุลักทรัพย์ตามสถานที่ที่ไปเฝ้าต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก หรือแม้แต่เงินของเพื่อนร่วมงาน โดยก่อเหตุหลายครั้ง ก่อนจะลาออกไปสมัครงานเป็น รปภ.ของบริษัทอื่น จนกระทั่งตกงาน ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง โดยก่อนเกิดเหตุ ได้พักอาศัยอยู่ใต้สะพานพระราม 8 กำลังจะไปหางานทำในช่วงเย็น ซึ่งได้เดินผ่านมายังลานจอดรถหน้ากองสลากเก่าและเห็นว่าเปลี่ยว จนกระทั่งเห็นผู้เสียหายขับรถเข้ามาจอดแล้ว จึงทำเป็นรปภ. สวมเสื้อซาฟารี รอจนถึงช่วงดึก ตนจึงใช้ค้อนที่ก่อเหตุจากรถกระบะในลานจอดรถ ก่อนลงมือชิงทรัพย์ดังกล่าวโดยไม่มีเครื่องช็อตไฟฟ้าตามคำให้การของผู้เสียหาย คาดว่าอาจเกิดจากอาการชาบนเส้นประสาทเพราะถูกค้อนทุบ และชกต่อยเข้าใบหน้า ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้นำเงินที่ได้จากการก่อเหตุไปใช้ดื่มสุรากับเพื่อนจนเกือบหมดในย่านสำโรง แล้วเอากระเป๋าเงินของผู้เสียหายไปทิ้งไว้แถวตลาดอุดมสุข

พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่าได้ก่อเหตุลักทรัพย์โดยอาศัยความเป็น รปภ.ครั้งแรกเมื่อปี 2548 ก่อนจะหลบหนีจนหมดอายุความ โดยระหว่างนั้นยังคงก่อเหตุลักษณะเดียวกันเรื่อยมา ในพื้นที่ สน.บางยี่ขัน สน.สามเสน สน.หนองค้างพลู สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ส่วนสาเหตุที่ตามจับตัวได้ยากเพราะคนร้ายมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด แต่ไม่เคยกลับไปพักอาศัย และมีที่พักไม่เป็นหลักแหล่งอยู่ในกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามจากคดีล่าสุดนั้นเพิ่งจะลงมือทำร้ายร่างกายครั้งแรก เพราะผู้เสียหายคาดกระเป๋าไว้ที่เอวซึ่งยากต่อการชิงทรัพย์ จึงต้องลงมือทำร้ายร่างกายให้ผู้เสียหายบาดเจ็บเพื่ออาศัยจังหวะเอาทรัพย์สินแล้วหนีไป จึงนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ดร.เสนิต กล่าวว่า ทั้งนี้ได้ฝากถึงผู้สื่อข่าวและประชาชน ท่านใดสงสัยว่าเคยถูกผู้ต้องหาดังกล่าวลักทรัพย์ สามารถติดต่อที่ สน.ชนะสงคราม เพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน และฝากถึงประชาชนควรระมัดระวังตัวตลอดเวลา ไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่เปลี่ยว ไม่สวมใส่เครื่องประดับราคาแพงติดตัว และไม่ควรจอดรถไว้ในที่ลับตาคน หรือหากพบเหตุการณ์หรือบุคคลต้องสงสัยว่าจะกระทำความผิดสามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน