สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด เดือดร้อน! เข้ายื่นหนังสือ “ศักดิ์สยาม” นัดประชุม 9 ส.ค.นี้

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 314 ครั้ง

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.62 เวลา 11.00 น. ที่กระทรวงคมนาคม นายบุญส่ง ศรีสกุล นายกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด พร้อมด้วยนายปรีดา มากมูลผล ประธานที่ปรึกษาสมาคมรถตู้ต่างจังหวัด และสมาชิกกว่า 50 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะประจำทางทุกหมวดที่ได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลได้เคยจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้รับมอบ

นายบุญส่ง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้จัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะตั้งแต่ปี 57 และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ายรถตู้โดยสารสาธารณะเข้าไปอยู่ยังพื้นที่ต่างๆ นั้น ผู้ประกอบการถตู้โดยสารธารณะทั้งหมด ไม่ได้ขัดต่อนโยบายพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล จากนโยบายดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะรถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 1 วิ่งให้บริการกรุงเทพฯ และปริมณฑล มี 3,233 คัน รถตู้หมวด 2 เส้นทางกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กม. มี 4,593 คัน และ หมวด 3 วิ่งระหว่างจังหวัดมี 2,000-3,000 คัน รวม 10,000 กว่าคันได้รับผลกระทบจากรถตู้หมดอายุ 10 ปี ต้องเปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก (ไมโครบัส) หากไม่เปลี่ยนต้องหยุดวิ่ง

นายบุญส่ง กล่าวต่อว่า เรื่องด่วนต้องรีบให้แก้ไข 3 เรื่อง คือ 1.ขอให้ขยายอายุการใช้งานรถตู้ทุกหมวด จากเดิมอายุไม่เกิน 10 ปีเป็น 15 ปีตามสภาพรถ ซึ่งในการขยายอายุการใข้งานนี้มีผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) รองรับว่ามีความปลอดภัย รวมทั้งมีการตรวจสภาพรถทุก 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้งตามที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำหนด ทั้งนี้เพื่อให้ผู้โดยสารได้มีทางเลือกในการใช้รถไฟฟ้าแทน เพราะรถไฟฟ้าหลากสีจะก่อสร้างเสร็จและเปิดให้บริการอีก 3-5 ปีข้างหน้า
2.นโยบายการบังคับให้มีการเปลี่ยนรถตู้ทุกหมวดที่มีอายุ 10 ปี เป็นไมโครบัสแบบภาคสมัครใจ เพราะถ้าเส้นทางไหนผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมาก รายได้ดี ผู้ประกอบการพร้อมเปลี่ยนเป็นไมโครบัสแต่บางเส้นทางผู้โดยสารเดินทางน้อย รายได้น้อยตาม ทั้งนี้ต้นทุนรถไมโครบัส จำนวน 20 ที่นั่ง คันละ 2.5 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 45,000 บาท ขณะที่รถตู้ 13 ที่นั่ง คันละ 1.3 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 30,000 บาท หากผู้โดยสารไม่เต็มคันรายได้ไม่เพียงพอต่อการผ่อนไมโครบัส เพราะราคาสูง เกิดหนี้สินตามมา ทั้งนี้บางเส้นทางเหมาะใช้รถตู้มากกว่า โดยเฉพาะเส้นทางในกรุงเทพฯ เพราะรถตู้มีความคล่อง คันเล็กไม่สร้างปัญหารถติด ขณะที่รถไมโครบัสมีขนาดใหญ่ และอาจทำให้รถติดได้ นอกจากนี้ให้รัฐบาลกำหนดมาตรากรช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและสมัครใจจะเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส เช่น ลดภาษีนำเข้า ปล่อยเงินกู้สินเชื่อต่ำในไฟแนนซ์ของรัฐ และขยายจัดไฟแนนซ์เป็น 10 ปีดาวน์ 5% เพื่อให้ผ่อนส่งไม่สูงเกินจริง และมีกำลังผ่อนได้
และ 3.ขอให้ยังคงมีรถตู้หมวด 2 (ช.) ซึ่งเป็นรถจัดระเบียบยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีอายุใช้งานแค่ 7 ปี ถ้าครบแล้วไม่สามารถเปลี่ยนรถหรือต่อสัญญาได้ ดังนั้นขอให้วิ่งต่อมีอายุสัญญา 10 ปี เพื่อไม่ให้กระทบบริการประชาชน และเปิดช่องทางให้เกิดรถป้ายดำเกิดขึ้น

“สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัดแจ้งว่า รถตู้หมวด 1 ในปี 62 หมดอายุ 809 คัน ปี 63 จำนวน 1,185 คัน ปี 64 จำนวน 364 คัน และ ปี 65-68 จำนวน 235 คัน ขณะที่รถตู้หมวด 2 ปี 62 หมดอายุ 635 คัน และ ปี 63-63 จำนวน 2,532 คัน” นายกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด กล่าว

นายบุญส่ง กล่าวอีกว่า การเข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้ช่วยผ่อนผันบรรเทาความเดือดร้อน ของผู้ประกอบการรถตู้ซึ่งขณะนี้ต้องประสบปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เปลี่ยนรถตู้เป็นรถมินิบัส ซึ่งเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายจากเดิมถึง 4 เท่าตัว หรือโดยประมาณวันละ 4,000 บาท เป็นการเพิ่มภาระหนี้สินแก่ผู้ประกอบการรถตู้ ที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวอีกหลายชีวิต ที่รออยู่คอยอยู่ทางบ้าน โดยยื่นหนังสือฉบับนี้ ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ช่วยดำเนินการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประกอบอาชีพรถตู้รับส่งผู้โดยสาร โดยเร่งด่วน ซึ่งนโยบายรถตู้โดยสารเป็นนโยบายของ”พรรคภูมิใจไทย” สมัยที่แล้วนายบุญส่ง กล่าว

ด้านนายวิรัช กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับหนังสือมา แล้วจะขอนัดประชุมร่วมกับสมาคมฯ ในวันที่ 9 ส.ค. นี้ เวลา 13.00 น. โดยให้ตัวแทนแต่ละสมาคมฯ ประมาณ 5 คน เพื่อเข้าประชุมกับ รมว.คมนาคมเกี่ยวกับปัญหาและข้อเรียกร้องทั้งหมด โดยการดำเนินดังกล่าวต้องไม่กระทบการให้บริการประชาชนและคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 314 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน