“บิ๊กอู๊ด” กวาดล้างต่างด้าวผิดกฎหมาย 4 คดีรวด

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 489 ครั้ง

วันนี้ (7 มิ.ย.62) เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รรท.รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2, พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.วิญญู อานวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม. และพ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงผลกวาดล้างต่างด้าวผิดกฎหมาย 4 คดีรวด

คดีแรก จับหนุ่มอังกฤษหนีหมายจับยาเสพติด class A มากบดานในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้สืบทราบว่า MR.REECE BLAIN สัญชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นบุคคลที่ประเทศอังกฤษต้องการตัวตามหมายจับคดียาเสพติด class A หลบเข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลหมายจับคนต่างด้าวในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (PIBICS) และประสานกับเจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เพื่อตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน และได้จัดกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว จนทราบแน่ชัดว่าคนต่างด้าวดังกล่าวจะเดินทางมาสถานทูตอังกฤษ เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงได้วางกำลังไว้ ที่บริเวณสถานทูต เมื่อพบตัวจึงทำการจับกุมและเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร การจับกุมครั้งนี้เป็นการทางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง ตม.ไทย และสถานทูตอังกฤษ

คดีสอง จับหนุ่มเกาหลีหนีหมายจับเว็บพนันออนไลน์และฟอกเงิน มาทำงานในประเทศไทย เป็นกรณีที่คนต่างด้าว MR.JAEHEE CHO สัญชาติเกาหลีใต้กระทำความผิดที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วเดินทางเข้ามาอยู่และทำงานในประเทศไทย โดยเดินทางเข้ามาในประเทศเมื่อวันที่ 09/04/2019 มีวีซ่าประเภท NON-B ได้รับอนุญาต ให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 27/05/2019 และเมื่อวันที่ 23/5/2019 ได้มายื่นเรื่องขออยู่ต่อฯ ประเภทธุรกิจ ที่ กก.2 บก.ตม.1 ต่อมาได้รับการประสานจากสถานทูตเกาหลีใต้ ว่าคนต่างด้าวดังกล่าวเป็นบุคคลที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว ตามหมายจับเว็บพนันออนไลน์และฟอกเงิน เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ตม.1 จึงได้ตรวจสอบข้อมูลและ จัดกำลังไปติดตามควบคุมตัวมาได้ในที่สุด โดยได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และจะดำเนินการส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

คดีสาม รวบ ดี เจ หนุ่มอิหร่าน คาผับดังย่าน RCA โอเวอร์สเตย์และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้รับการร้องเรียนว่ามีชาวต่างชาติมาทางานเป็น ดี เจ เปิดเพลงในร้าน รูท 66 ย่านอาร์ซีเอ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้จัดกำลังแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวและเข้าตรวจสอบตามที่ได้รับการร้องเรียนดังกล่าว พบ นายแคชยา คาราชมี่ (MR.KASHAYAR KHARAZMI) สัญชาติอิหร่าน อายุ 26 ปี ทำงานเป็น ดี เจ เปิดเพลงในร้าน จากการตรวจสอบนายแคชยา มีการลงข้อความเชิญชวนในเฟสบุ๊คว่าตนจะมา เปิดเพลงที่ร้านรูท 66 ย่าน อาร์ซีเอ ช่วงกลางคืน นายแคชยาไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ และรับว่าตนเองเป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งมาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง ขณะจับกุมมีนายสมุทร เพชรแอ แสดงตนเป็นผู้จัดการร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าของร้านต่อไปอีกส่วนหนึ่งด้วย

และคดีสุดท้าย จับสาวจีนนั่งดริ้งค์ร้านคาราโอเกะ จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทราบว่าจะมีผู้หญิงชาวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยวและเข้ามาลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาพักอาศัยจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 ได้จัดกำลังไปเฝ้าสังเกตและหาข่าวบริเวณห้วยขวาง สุทธิสาร รัชดาภิเษก พบว่าจะมีผู้หญิงจีนจำนวนหนึ่งมักจะเดินทางออกจากที่พักในช่วงเวลากลางคืน โดยแต่งกายในลักษณะสวยงามสะดุดตาและกลับเข้าที่พักในช่วงดึกหรือเช้ามืด หลังจากหาข่าวจนแน่ใจก็ทราบว่าสาวจีนเหล่านั้นจะออกไปทำงานช่วงกลางคืนตามร้านคาราโอเกะและสถานบริการที่มีแขกชาวจีนมาใช้บริการ จนเมื่อคืนวันที่ 5 มิ.ย.2562 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบร้าน GOLDEN CLUB ซอยรัชดาภิเษก 18 ห้วยขวาง พบสาวชาวจีน จำนวน 7 คน กำลังให้บริการนั่งดริ้งค์กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และจากการตรวจสอบเอกสารประจำตัวและจากระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง พบว่าสาวชาวจีนทุกคนเข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนใหญ่มีวีซ่าประเภทท่องเที่ยว ทุกคนไม่มีใบอนุญาตทำงาน แต่มาทำงานให้บริการกับลูกค้าชาวจีนด้วยกัน โดยมี น.ส.หงส์ม่าน หวัง อายุ 51 ปี สัญชาติไทย เป็นเจ้าของและผู้ดูแล เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 489 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน