ตำรวจภูธรภาค1 จับมือ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นิสิต-นักศึกษาสวมหมวกกันน๊อค 100% ลดการสูญเสียและบาดเจ็บ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 686 ครั้ง

 

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.62 เวลา 17.00 น. ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง และรองศาสตราจารย์ เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องสวมหมวกกันน๊อค 100% ในสถาบันการศึกษา เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิต พร้อมทั้งทรัพย์สิน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และประชาชนทุกคน โดยมีพล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.สมศักดิ์ ตระการไพโรจน์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงอรพรรณ โพชนุกูล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา, นายสันต์ สร้อยแสง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี, นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณพิมล ผู้จัดการภาคกลาง บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด, ประธานสภาพนักงานมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายกองค์กรนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของนักศึกษา รวมทั้งฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เพื่อมาเตือน หลังจากวันที่ 15 ก.พ.62 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 จะเริ่มจับและปรับประชาชนที่ไม่สวมหมวกกันน๊อค ขณะขับรถจักรยานยนต์อย่างจริงจัง ซึ่งทางเราได้ว่ากล่าวตักเตือนกันมา 1 เดือนแล้ว เป็นหมื่นคนแล้วและจะมีประชาชนคอยช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องนี้ด้วย และทางเราจะไม่จับเฉพาะเรื่องหมวกกันน๊อค เราจะเน้นเรื่องการขับรถย้อนศร และการไม่มีวินัยในการขับรถและไม่เคารพกฎจราจร ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต

ด้านรองศาสตราจารย์ เกศินี วิฑูรชาติ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเน้นเรื่องการให้ข้อมูลเรื่องความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นหากนักศึกษาไม่สวมหมวกกันน๊อค พร้อมหมั่นพูดคุยกับนักศึกษาเพื่อไม่ให้หลงลืมในการสวมหมวกกันน๊อคเวลาขับรถจักรยานยนต์และซ้อนท้าย และได้เตรียมหมวกกันน๊อคให้นักศึกษายืมใส่ด้วย

ด้านศาสตราจารย์ แพทย์หญิงอรพรรณ โพชนุกูล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีกฏข้อบังคับสำหรับนักศึกษาที่ไม่สวมหมวกกันน๊อคเวลาขับขี่และซ้อนท้าย เช่น การว่ากล่าวตักเตือน และการทำความดีในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งกฎต่างๆ นี้นักศึกษาเป็นคนเสนอขึ้นมาเอง ซึ่งสถิติการสวมหมวกกันน๊อคเข้ามหาวิทยาลัยนั้น ได้เพิ่มขึ้นจาก 3% เป็น 55% ใน 4-5 เดือนนี้ ถือว่าผลตอบรับดีมาก

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 686 ครั้ง

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

แสดง
ซ่อน